PDA

View Full Version : น้ำอัดลม แหล่งอุดมน้ำตาลเกินความจำเป็น


Paang
06-15-2007, 09:28 AM
ส่งผลต่อสุขภาพทำให้เอ้วน ฟันผุปวดท้อง โรคกระดูกพรุน กระตุ้นหัวใจและระบบประสาท

:yociexp40:
<?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /><o:p></o:p>
<o:p></o:p>
แหล่งอาหารหวานส่วนใหญ่มาจากเครื่องดื่ม และเครื่องดื่มที่ทำให้เด็กและเยาวชนได้รับปริมาณน้ำตาลเกินกว่าที่จำเป็น ส่วนใหญ่มาจากน้ำอัดลมนั่นเอง<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ผู้ปกครองหลายคนคงชอบให้บุตรหลานมีร่างกายอ้วนจ้ำหม่ำ เพราะดูน่ารักน่าเอ็นดู จึงปล่อยให้บุตรรับประทานอาหารตามใจปากและที่มักเห็นคือ เด็กๆ สมัยนี้ดื่มน้ำอัดลมแทนที่จะดื่มน้ำเปล่า<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
หากมองมโนภาพดูว่า ถ้าอนาคตของชาติ เป็นพลังของชาติ กลับมาร่างกายอุ้ยอ้าย ไม่คล่องตัว มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื่อรังอาทิ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง แล้วอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
จากการวิจัยและสำรวจผลกระทบของน้ำอัดลมต่อสุขภาพของ รศ.พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ จากภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในนักวิชาการของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ทำการวิจัยส่วนประกอบของน้ำอัดลม มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ปรุงแต่งด้วยสี กลิ่น สารให้รสหวาน และอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เติมคาร์เฟอีน และวัตถุกันเสีย<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
หากพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการแล้ว มีน้ำตาลได้พลังงานเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีสารอาหารอื่น ๆ (Empty calories) พลังงานทั้งหมด 140 -250 กิโลแคลอรี/กระป๋อง ขึ้นกับปริมาณน้ำตาล ที่เติมในแต่ละประเภท เช่น<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
น้ำอัดลมน้ำดำ 1 กระป๋อง (325 มิลลิลิตร) ให้พลังงานทั้งหมด 140 กิโลแคลอรี มีปริมาณน้ำตาล 32.5 กรัม (10%) ปริมาณโซเดียม 20 มิลลิกรัม แต่งรสและเจือสีธรรมชาติ<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
น้ำอัดลมขาว 1 กระป๋อง (325 มิลลิลิตร) พลังงานทั้งหมด 200 กิโลแคลอรี มีปริมาณน้ำตาล 49 กรัมปริมาณ โซเดียม 20 มิลลิกรัม<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
น้ำอัดลมน้ำสี รสส้ม รสสตอเบอรี่ 1 กระป๋อง (325 มิลลิลิตร) พลังงานทั้งหมด 250 กิโลแคลอรี มีปริมาณน้ำตาล 64.7 กรัม แต่งกลิ่นและเจือสีสังเคราะห์ ใช้วัตถุกันเสีย<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
โดยผลต่อสุขภาพ การดื่มน้ำอัดลมทำให้อ้วนไม่จำเป็นว่าทำให้ฟันผุอย่างเดียวเท่านั้น ปวดท้อง ซึ่งอาการปวดท้องนั้น เป็นอาการส่วนใหญ่ที่เด็กมาพบแพทย์ด้วยอาการนี้ กระตุ้นหัวใจและระบบประสาท กระดูกพรุน ขาดสารอาหาร ดังนี้<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
อ้วน ความหวานจากน้ำตาล ดื่มมากและบ่อยจะสะสมพลังงานทำให้เกิดภาวะอ้วน การดื่มน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะต้องวิ่ง 15-20 นาที จึงจะใช้พลังงานหมด<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ฟันผุ เกิดทั้งจากความหวานและกรด กรดในน้ำอัดลมมีผลต่อการทำลายสารเคลือบฟัน ส่วนความหวานเป็นอาหารของเชื่อแบคทีเรียที่ทำให้ฟันผุ<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ปวดท้อง เนื่องมาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดในน้ำอัดลม จะกลายเป็นกรดคาร์บอนิก มีผลทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร กลายเป็นโรคกระเพาะและเกิดอาการปวดท้องได้ ส่วนแก๊สในน้ำอัดลมทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และปวดท้อง ซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
กระตุ้นหัวใจและระบบประสาท คาเฟอีนในน้ำอัดลมมีผลกระตุ้นหัวใจ ทำให้ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ โดยเฉพาะในเด็ก<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
กระดูกพรุน เหตุเพราะคาเฟอีนมีผลต่อการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสสูญเสียแคลเซียมจากร่างกาย อีกทั้งฟอสเฟตสูงในน้ำอัดลม ทำให้ระดับแคลเซียมในร่างกายต่ำลงการดื่มน้ำอัดลมทำให้โอกาสชองการดื่มนมและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ลดลง ส่งผลให้เป็นโรคกระดูกเปราะ กระดูกพรุนได้ง่าย<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
นอกจากนี้หากเด็กเล็กๆดื่มน้ำอัดลมมากๆ ในเวลาที่ใกล้จะถึงมื้ออาหารมื้อหลัก หรือในระหว่างรับประทานอาหาร จะทำให้อิ่มและรับประทานอาหารมื้อหลักได้น้อย ได้สารอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ อาจขาดสารอาหารได้
<o:p></o:p>
ทางด้านการรณรงค์เพื่อให้เด็กไทยลดการติดความหวานทั้งจากอาหารและน้ำอัดลม ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ในฐานะเป็นผู้จัดการโครงการรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน ที่สสส.สนับสนุนโดยขับเคลื่อนให้เด็กไทยลดการบริโภคหวาน อาศัยความร่วมมือจากผู้ใหญ่ไม่รังแกเด็กในจังหวัดต่างๆ ช่วยกันจัดกิจกรรมในโรงเรียนตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา จนล่าสุดในปีนี้มีโรงเรียนเข้าร่วม 595 แห่ง ศูนย์เด็กเล็ก 81 แห่ง พัฒนาให้เป็นโรงเรียนปลอดน้ำอัดลมแล้ว 587 แห่ง<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะความสำเร็จที่ปรากฏในวันนี้ได้ผลิดอกออกผลทำให้โรงเรียนบางแห่งลดการใช้น้ำตาลในครัวโรงเรียนได้เดือนละ 40 กิโลกรัม บางโรงเรียนจัดกิจกรรม "วันสุขภาพดีไม่มีน้ำตาล" สัปดาห์ละ 1 วัน และเกือบทุกแห่งสอนให้เด็กอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อขนม<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ขณะนี้กำลังขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และภาคีในการกำหนดนโยบาย 2 เรื่องสำคัญที่จะดำเนินการในปี 2550 คือ 1 พยายามทำให้ทุกโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม และน้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง 2.รณรงค์ให้เด็กอ่านฉลากขนม พร้อมทั้งให้โรงเรียนเลือกขนมเข้ามาจำหน่าย เพื่อในอนาคตจะได้มีแต่อาหารที่ไม่ทำร้ายเด็กอยู่ในโรงเรียน<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
หากไม่เริ่มเพื่อลูกหลานเราตั้งแต่วันนี้ คงช้าไปเสียแล้ว<o:p></o:p>

<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
<o:p>http://www.thaihealth.or.th/files/images/21266.gif</o:p>
<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
<o:p></o:p>
ที่มา :<o:p></o:p>
ข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. <o:p></o:p>
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th (http://www.thaihealth.or.th/)<o:p></o:p>
<o:p> </o:p>

มดเอ๊ก
06-15-2007, 07:22 PM
นานๆ กิน ที แต่ ก่อน กินถี่ :yociexp46:

Paang
06-16-2007, 07:57 AM
*-*
แป้งโชคดี ไม่ค่อยชอบ น้ำอัดลม ชา กาแฟ
จะหนักไปทางน้ำผลไม้ กับน้ำเปล่ามากกว่า

กลัวบวมเหมือนพี่เทมเป้ เลยไม่ค่อยกล้าดื่มด้วยล่ะ *-*