Paang
10-09-2005, 11:55 AM
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849101.JPEG
นับวันผู้คนให้ความสนใจ กินเจ มากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาวสมัยใหม่ ที่ อิน เพื่อถือโอกาส ดีท้อกซ์ ให้กับร่างกาย ทีนี้กินเจยังไงถึงดีต่อสุขภาพ ไม่อ้วน ไม่น่าเบื่อ และไม่จำเจ เรามีหลักการกิน สูตรอาหารเจง่ายๆ ตลอดจนแหล่งกินอร่อยๆมาฝาก
กระแสสุขภาพกำลังมาแรง อาหารเมนูผัก เน้นโนเนื้อ อย่างมังสวิรัติ จึงได้รับความนิยม ยิ่งถึงช่วงเทศกาลเจ คนจำนวนมากถือโอกาสอินเทรนด์ ได้ทั้งบุญได้ทั้งสุขภาพ ล้างพิษให้ร่างกายไปในตัว
ไม่รู้ความเป็นมาหรอกค่ะ รู้แต่ว่ากินแล้วได้บุญเพราะช่วยให้งดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
สาวพีอาร์ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังกล่าวว่าเริ่มกินเจเมื่อปีที่แล้ว
ปีที่แล้วลองกินดู รู้สึกปากสะอาด กระเพาะสะอาด ถ่ายก็ดี เหมือนได้ล้างพิษ ปีนี้กินอีก กะว่าจะกินทุกปีเลย
ถ้ากินเจอย่างถูกต้อง คุณต้องได้รับประโยชน์ทางกายและใจเหมือนสาวพีอาร์คนนี้แน่นอน
หลักธรรมในการกินเจ
เกริ่นสักนิด การกินเจเกิดขึ้น 400 ปีมาแล้ว เมื่อชาวจีนสมัยราชวงศ์ชิงถูกรุกรานจากแมนจู และถูกบังคับให้ยอมรับวัฒนธรรมแมนจู ทำให้ชาวจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้าน โดยนุ่งขาวห่มขาวและงดกินเนื้อสัตว์ เพราะเชื่อว่าจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและต้านทานศัตรูได้
เพื่อเป็นการระลึกถึงเหล่านักสู้ที่ได้พลีชีพปกป้องแผ่นดินจีนในเหตุการณ์ครั้งนั้น ชาวจีนจะงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ในวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ่ำค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีนซึ่งตรงกับเดือนตุลาคม)ของทุกปี
ลักษณะโดดเด่นของเทศกาลกินเจ คือ ธงสีเหลืองซึ่งปักอยู่ในร้านอาหารต่างๆโดยมีตัวอีกษรจีนเขียนว่า ไจ หรือ เจ. หมายถึงของไม่มีคาว สีแดงของตัวอักษรแทนความเป็นสิริมงคลในชีวิต พื้นสีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ทั้งนี้เพื่อให้ตระหนักถึงหลักธรรม 2 ประการ
ประการแรก ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ได้แก่ ไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาต่อเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตน ไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเลือดของตน และไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเนื้อของตน
ประการต่อมา ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนชีวิตตนเอง คือ ไม่กินอาหารที่ทำลายสุขภาพของตนเองให้ทรุดโทรม นั่นเอง
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849102.JPEG
หลักการในกินเจ
สำหรับผู้ตั้งมั่นถือศีลกินเจ ต้องงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ นมเนยและน้ำมันที่ได้จากสัตว์, งดอาหารรสจัด อย่าง เผ็ดมาก เค็มเกิน หวานจ๋อย เปรี้ยวจี๊ด, งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม(ทำลายธาตุไฟ ทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ), หัวหอม(ทำลายธาตุน้ำ ทำให้ไตทำงานไม่ปกติ), กุยช่าย(ทำลายธาตุไม้ ผลร้ายต่อตับ), กระเทียมโทน(ทำลายธาตุดิน ส่งผลเสียกับม้าม), ใบยาสูบ(ทำลายธาตุโลหะ ทำลายปอด) รวมทั้งรักษาศีล 5 ทำบุญทำทาน
คนเคร่งมากจะสวมเสื้อผ้าสีขาว ใช้ภาชนะปรุงอาหารเจแยกจากภาชนะที่มีเนื้อสัตว์
แต่ทว่าปัญหาของคน(พยายาม)กินเจทุกวันนี้ คือ สนุกสนานกับการสรรหาอาหารเจประเภทเลียนแบบของคาว อุ้ย เป็ดพะโล้ ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ด ฯลฯ เหมือนจังเลย ทำให้กินแป้งมากกว่ากินผัก ติดในความเคยชินมากกว่าการละทิ้งงดเลิก
แทนที่ช่วงกินเจจะช่วยให้ร่างกายได้พักจากภารกิจการย่อยอาหารพวกเนื้อสัตว์ กลับต้องย่อยพวกแป้ง
โภชนากรสังกัดเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งกล่าวว่าแป้งก็ย่อยยากไม่แพ้เนื้อสัตว์
การกินเจที่ถูกต้อง ควรกินตามหลักโภชนาการด้วย
ควรกินอะไร
หนึ่ง ต้องกินผักผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะสีแดง ดำ เหลือง เขียว ขาว เพื่อวิตามิน แร่ธาตุหลากหลาย และที่สำคัญ คือไฟเบอร์ ช่วยขับถ่ายของเสียจากร่างกายไม่ให้มีสารพิษตกค้าง
สอง ถั่ว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ธาตุเหล็กสูง กรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยสลายคอเลสเตอรอล เดี๋ยวนี้มีโปรตีนเกษตรขายเยอะแยะ ซึ่งดัดแปลงมาจากถั่วเหลือง ประโยชน์เพียบ ไร้ไขมัน อีกต่างหาก
สาม เมล็ดธัญพืช เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดบัว เป็นของขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ ให้ทั้งโปรตีน เกลือแร่ ฟอสฟอรัส วิตามินA-C-E
สี่ งาขาวงาดำ ก็มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย
ห้า เห็ด อีกแหล่งโปรตีนสำคัญ มีกรดอะมิโน แร่ธาตุ วิตามินหลากชนิด สามารถนำมาแทนเนื้อสัตว์ในการปรุงอาหาร รสชาติอร่อยเสียด้วยสิ
หก ข้าวกล้อง กินเจทั้งที ลองถือโอกาสกินข้าวกล้องซะเลย มีทั้งวิตามินเกลือแร่ 20 ชนิด บำรุงสมอง ทำให้กระดูกแข็งแรง กากใยสูงช่วยขับถ่ายดี
ถ้ากินเจถูกต้อง..ได้อะไร
ระดับหนึ่ง ตลอดเวลาที่คุณถือศีลกินเจ คุณได้หยุดหนี้เวร ตัดกรรมผูกพัน ส่งผลดีต่อจิตใจสงบเยือกเย็น สุม เกิดเมตตาจิต อารมณ์ไม่ฉุนเฉียว ไม่หุนหันพันแล่น ไม่โกรธง่าย มีสติ ไม่ตื่นตระหนก ไม่หวาดผวาต่อเหตุการณ์ต่างๆ สามารถรอดพ้นภัยอันตรายต่างๆได้
อีกระดับ ด้านสุขภาพ นอกจากสามารถขับถ่ายของเสียชำระสารพิษตกค้างออกจากร่างกายแล้ว ผิวพรรณของคุณจะสดใสขึ้น รู้สึกคล่องตัวเบาสบายไม่อึดอัด อวัยวะหลักภายในทำงานเป็นปกติ เกิดสมดุลย์ ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะโรครุนแรงเรื้อรัง อย่าง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้น
ที่แน่ๆ คนกินผักผลไม้เป็นประจำ จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหาร ทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร โรคกระเพาะ โรคมะเร็งในกระเพาะและลำไส้
*************
สูตรเจ..จานเดียว
เข้ายุคน้ำมันแพง ราคาทองบาทละเหยียบหมื่น เรามาเข้าครัวทำอาหารเจแบบจานเดียวกินกันง่ายๆดีกว่า โฮม เฟช มาร์ท จากห้างเดอะมอลล์ เขามีสูตรสำหรับเอาใจคนรักเส้นมาฝาก
************
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849103.JPEG
ราดหน้าเห็ดสี่สหาย
ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 150 กรัม
เห็ดเข็มทอง(ห่อเล็ก) 1 ห่อ
เห็ดหูหนูดำ 2 ช่อ
เห็ดฟาง 50 กรัม
เห็ดหูหนูขาวแช่น้ำ 1 ดอก
เม็ดถั่วลันเตา 30 กรัม
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
แป้งมันละลายน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรส ซีอิ้วขาวเห็ดหอม, ซอสเห็ดหอม, ซีอิ้วดำ, เต้าเจี้ยว, น้ำตาลทราย, พริกไทยป่น
วิธีทำ
1. ตั้งกะทะให้ร้อนจัด ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ลงผัดในกะทะ ร่อนก๋วยเตี๋ยวให้หอม ใส่ซีอิ้วดำ ½ ช้อนชา ผัดให้เข้ากัน ตักก๋วยเตี๋ยวขึ้นพักไว้
2. เห็ดฟางผ่าครึ่ง เห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ ตัดเป็นชิ้น เห็ดเข็มทอง ตัดช่วงโคนทิ้งไป
3. ตั้งกะทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่เต้าเจี้ยว ผัดให้หอม ใส่น้ำสะอาดลงไปต้มให้เดือด ใส่เห็ดทั้ง 4 ชนิดลงไป ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสทั้งหมด แล้วใส่แป้งมันละลายน้ำ คนให้เข้ากัน พอข้นยกลง ใส่ถั่วลันเตาลงไปชิมรส
4. นำก๋วยเตี๋ยวที่ผัดไว้แล้วใส่จาน ราดด้วยน้ำราดหน้าเห็ด 4 สหาย เสิร์ฟพร้อมกับพวงเครื่องปรุง
*********
บะหมี่ฮกเกี้ยนเจ
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849104.JPEG
ส่วนผสม เส้นหมี่เหลืองแห้งลวกน้ำแล้ว 200 กรัม
แครอทหั่นเส้น 30 กรัม
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นเส้น 50 กรัม
เนื้อกุ้งเจ 5 ตัว
เนื้อหมูเจ 50 กรัม
ถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหาง 100 กรัม
คื่นช่ายหั่นท่อน 2 ต้น
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรส ซีอิ้วขาวเห็ดหอม, ซอสเห็ดหอม, ซีอิ้วดำ, น้ำตาลทราย, พริกไทยป่น
วิธีทำ
1. ตั้งกะทะให้ร้อนใส่น้ำมัน ใส่เนื้อกุ้งเจ เนื้อหมูเจ เห็ดหอมเส้น แครอทเส้น ผัดให้เข้ากัน
2. ใส่เส้นหมี่ลงผัด แล้วใส่เครื่องปรุงรสทั้งหมด ถั่วงอก ผัดพอผักสลบ
3. ตักขึ้นเสิร์ฟขณะร้อน โรยด้วยคื่นช่าย
*************
สปาเก็ตตี้ซอสเห็ดหอม
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849105.JPEG
ส่วนผสม สปาเก็ตตี้ 1 ถ้วย
ยอดคะน้าอ่อน 10 ยอด
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 6 ดอก
กุ้งเจ 6 ชิ้น
น้ำซุปผัก 2 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรส ซอสเห็ดหอม, เต้าเจี้ยว
วิธีทำ
1. ลวกยอดคะน้าให้สุก แช่ในน้ำเย็น
2. จัดเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้ว(ไม่ต้องคลุกน้ำมัน)ลงในพิมพ์ วางผักคะน้าที่ลวกไว้ด้านบน
3. ผัดเห็ดหอมในน้ำมันพอหอม เติมเต้าเจี้ยว ซอสเห็ดหอมและกุ้งเจ ผัดให้เข้ากัน
4. เติมน้ำซุปผัก ตั้งไฟจนเดือด ใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากันพอข้น
5. ตักน้ำซอสราดบนสปาเก็ตตี้ที่จัดไว้ ยกเสิร์ฟ
***********
พาสตาหวานกับรากบัวเชื่อม
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849106.JPEG
ส่วนผสม มะกะโรนีชนิดท่อน ½ ถ้วย
รากบัวขนาดกลาง 1 ท่อน
เม็ดบัว ½ ถ้วย
เม็ดแปะก้วย ½ ถ้วย
น้ำสะอาด 3 ถ้วย
ปรุงรส น้ำตาลทราย
วิธีทำ
1. ปอกเปลือกรากบัว ล้างให้สะอาด แช่น้ำปูนใส่ไว้ประมาณ ½ ชั่วโมง
2. ต้มรากบัวกับน้ำจนสุก เติมน้ำตาล เม็ดบัว และแปะก้วย
3. ต้มต่อจนรากบัวดูดน้ำเชื่อม และแปะก้วยกับเม็ดบัวใส หากข้นไปเติมน้ำสะอาดได้
4. เมื่อจะรับประทาน ตักมักกะโรนีลวกใส่ชาม เติมเม็ดบัว แปะก้วยเชื่อมและรากบัวเชื่อมหั่น รับประทานขณะร้อนหรือเย็นตามต้องการ
************
แหล่งกินเจ..ใกล้ตัว
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849107.JPEG
สำหรับคนไม่สะดวกหรือไม่ชอบเข้าครัว คุณสามารถไปซื้ออาหารเจสำเร็จรูปตามตลาด หรือห้างสรรพสินค้าที่แข่งกันปักธงสีเหลืองซะเต็มพรืดไปหมด
************
ตลาดเยาวราช
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849108.JPEG
อมตะนิรันกาลเสมอสำหรับแหล่งกินกลางคืน ปีนี้ปักธงสีเหลืองเกือบทุกรถเข็นบนสองฝั่งฟากถนนเยาวราช เรียกวาอาหารทุกชนิดเป็นเจหมด ไม่ว่าจะเป็นก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหลอด หมี่ผัดฮ่องกง หมี่ผัดยากิโซยะ เส้นหมี่ผัดผักกระเฉด ข้าวต้มกุ๊ยบวกกับข้าวเจหลากชนิด ขนมจีนน้ำยาเจ ขนมกุ้ยช่ายเจ(ใช้ผักกวางตุ้งแทน) เผือกทอดเต้าหู้ทอด หรือแม้แต่หมูสะเต๊ะ ไส้กรอกบาร์บีคิว ก็เจ ช่างสรรสร้างพัฒนาผลิตภัณฑ์กันเสียจริง ทว่าขายดีสุด ต้องไม่พลาดลูกชิ้นเห็ดหอม คนแย่งกันซื้อจนทะลักออกมาบนถนนเลย
***********
ดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849109.JPEG
ออกหรูหน่อยแต่ไม่เว่อร์ขนาดโรงแรมหรอกนะ ปีนี้บรรดาร้านอาหารต่างๆในดิ เอ็มโพเรียมฯ ร่วมใจกันเปิดเมนูเพื่อคนรักสุขภาพ ตั้งแต่บริเวณ Market Hall อาทิ Royal Kitchen, Oriental Cuisine, Joke Club, Home Cake By Da เป็นต้น ทาง Food Court ก็ไม่น้อยหน้า ร้านต่างๆร่วมนำเสนออาหารเจจานเด็ด เช่น ส้มตำเจ, ยำรวมมิตรเจ, ข้าวราดแกงเจ, กระเพาะปลาเจ, ก๋วยจั๊บเจ ฯลฯ หลายเจ้าเป็นร้านชื่อดังจากเยาวราช นั่นแหล่ะ
************
นับวันผู้คนให้ความสนใจ กินเจ มากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาวสมัยใหม่ ที่ อิน เพื่อถือโอกาส ดีท้อกซ์ ให้กับร่างกาย ทีนี้กินเจยังไงถึงดีต่อสุขภาพ ไม่อ้วน ไม่น่าเบื่อ และไม่จำเจ เรามีหลักการกิน สูตรอาหารเจง่ายๆ ตลอดจนแหล่งกินอร่อยๆมาฝาก
กระแสสุขภาพกำลังมาแรง อาหารเมนูผัก เน้นโนเนื้อ อย่างมังสวิรัติ จึงได้รับความนิยม ยิ่งถึงช่วงเทศกาลเจ คนจำนวนมากถือโอกาสอินเทรนด์ ได้ทั้งบุญได้ทั้งสุขภาพ ล้างพิษให้ร่างกายไปในตัว
ไม่รู้ความเป็นมาหรอกค่ะ รู้แต่ว่ากินแล้วได้บุญเพราะช่วยให้งดฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
สาวพีอาร์ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังกล่าวว่าเริ่มกินเจเมื่อปีที่แล้ว
ปีที่แล้วลองกินดู รู้สึกปากสะอาด กระเพาะสะอาด ถ่ายก็ดี เหมือนได้ล้างพิษ ปีนี้กินอีก กะว่าจะกินทุกปีเลย
ถ้ากินเจอย่างถูกต้อง คุณต้องได้รับประโยชน์ทางกายและใจเหมือนสาวพีอาร์คนนี้แน่นอน
หลักธรรมในการกินเจ
เกริ่นสักนิด การกินเจเกิดขึ้น 400 ปีมาแล้ว เมื่อชาวจีนสมัยราชวงศ์ชิงถูกรุกรานจากแมนจู และถูกบังคับให้ยอมรับวัฒนธรรมแมนจู ทำให้ชาวจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้าน โดยนุ่งขาวห่มขาวและงดกินเนื้อสัตว์ เพราะเชื่อว่าจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและต้านทานศัตรูได้
เพื่อเป็นการระลึกถึงเหล่านักสู้ที่ได้พลีชีพปกป้องแผ่นดินจีนในเหตุการณ์ครั้งนั้น ชาวจีนจะงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ในวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ่ำค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีนซึ่งตรงกับเดือนตุลาคม)ของทุกปี
ลักษณะโดดเด่นของเทศกาลกินเจ คือ ธงสีเหลืองซึ่งปักอยู่ในร้านอาหารต่างๆโดยมีตัวอีกษรจีนเขียนว่า ไจ หรือ เจ. หมายถึงของไม่มีคาว สีแดงของตัวอักษรแทนความเป็นสิริมงคลในชีวิต พื้นสีเหลืองเป็นสีของผู้ทรงศีล ทั้งนี้เพื่อให้ตระหนักถึงหลักธรรม 2 ประการ
ประการแรก ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ได้แก่ ไม่เอาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมาต่อเติมบำรุงเลี้ยงชีวิตของตน ไม่เอาเลือดของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเลือดของตน และไม่เอาเนื้อของสัตว์ทั้งหลายมาเป็นเนื้อของตน
ประการต่อมา ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนชีวิตตนเอง คือ ไม่กินอาหารที่ทำลายสุขภาพของตนเองให้ทรุดโทรม นั่นเอง
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849102.JPEG
หลักการในกินเจ
สำหรับผู้ตั้งมั่นถือศีลกินเจ ต้องงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ นมเนยและน้ำมันที่ได้จากสัตว์, งดอาหารรสจัด อย่าง เผ็ดมาก เค็มเกิน หวานจ๋อย เปรี้ยวจี๊ด, งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม(ทำลายธาตุไฟ ทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ), หัวหอม(ทำลายธาตุน้ำ ทำให้ไตทำงานไม่ปกติ), กุยช่าย(ทำลายธาตุไม้ ผลร้ายต่อตับ), กระเทียมโทน(ทำลายธาตุดิน ส่งผลเสียกับม้าม), ใบยาสูบ(ทำลายธาตุโลหะ ทำลายปอด) รวมทั้งรักษาศีล 5 ทำบุญทำทาน
คนเคร่งมากจะสวมเสื้อผ้าสีขาว ใช้ภาชนะปรุงอาหารเจแยกจากภาชนะที่มีเนื้อสัตว์
แต่ทว่าปัญหาของคน(พยายาม)กินเจทุกวันนี้ คือ สนุกสนานกับการสรรหาอาหารเจประเภทเลียนแบบของคาว อุ้ย เป็ดพะโล้ ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ด ฯลฯ เหมือนจังเลย ทำให้กินแป้งมากกว่ากินผัก ติดในความเคยชินมากกว่าการละทิ้งงดเลิก
แทนที่ช่วงกินเจจะช่วยให้ร่างกายได้พักจากภารกิจการย่อยอาหารพวกเนื้อสัตว์ กลับต้องย่อยพวกแป้ง
โภชนากรสังกัดเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งกล่าวว่าแป้งก็ย่อยยากไม่แพ้เนื้อสัตว์
การกินเจที่ถูกต้อง ควรกินตามหลักโภชนาการด้วย
ควรกินอะไร
หนึ่ง ต้องกินผักผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะสีแดง ดำ เหลือง เขียว ขาว เพื่อวิตามิน แร่ธาตุหลากหลาย และที่สำคัญ คือไฟเบอร์ ช่วยขับถ่ายของเสียจากร่างกายไม่ให้มีสารพิษตกค้าง
สอง ถั่ว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ธาตุเหล็กสูง กรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยสลายคอเลสเตอรอล เดี๋ยวนี้มีโปรตีนเกษตรขายเยอะแยะ ซึ่งดัดแปลงมาจากถั่วเหลือง ประโยชน์เพียบ ไร้ไขมัน อีกต่างหาก
สาม เมล็ดธัญพืช เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดบัว เป็นของขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ ให้ทั้งโปรตีน เกลือแร่ ฟอสฟอรัส วิตามินA-C-E
สี่ งาขาวงาดำ ก็มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย
ห้า เห็ด อีกแหล่งโปรตีนสำคัญ มีกรดอะมิโน แร่ธาตุ วิตามินหลากชนิด สามารถนำมาแทนเนื้อสัตว์ในการปรุงอาหาร รสชาติอร่อยเสียด้วยสิ
หก ข้าวกล้อง กินเจทั้งที ลองถือโอกาสกินข้าวกล้องซะเลย มีทั้งวิตามินเกลือแร่ 20 ชนิด บำรุงสมอง ทำให้กระดูกแข็งแรง กากใยสูงช่วยขับถ่ายดี
ถ้ากินเจถูกต้อง..ได้อะไร
ระดับหนึ่ง ตลอดเวลาที่คุณถือศีลกินเจ คุณได้หยุดหนี้เวร ตัดกรรมผูกพัน ส่งผลดีต่อจิตใจสงบเยือกเย็น สุม เกิดเมตตาจิต อารมณ์ไม่ฉุนเฉียว ไม่หุนหันพันแล่น ไม่โกรธง่าย มีสติ ไม่ตื่นตระหนก ไม่หวาดผวาต่อเหตุการณ์ต่างๆ สามารถรอดพ้นภัยอันตรายต่างๆได้
อีกระดับ ด้านสุขภาพ นอกจากสามารถขับถ่ายของเสียชำระสารพิษตกค้างออกจากร่างกายแล้ว ผิวพรรณของคุณจะสดใสขึ้น รู้สึกคล่องตัวเบาสบายไม่อึดอัด อวัยวะหลักภายในทำงานเป็นปกติ เกิดสมดุลย์ ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะโรครุนแรงเรื้อรัง อย่าง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน เป็นต้น
ที่แน่ๆ คนกินผักผลไม้เป็นประจำ จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหาร ทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร โรคกระเพาะ โรคมะเร็งในกระเพาะและลำไส้
*************
สูตรเจ..จานเดียว
เข้ายุคน้ำมันแพง ราคาทองบาทละเหยียบหมื่น เรามาเข้าครัวทำอาหารเจแบบจานเดียวกินกันง่ายๆดีกว่า โฮม เฟช มาร์ท จากห้างเดอะมอลล์ เขามีสูตรสำหรับเอาใจคนรักเส้นมาฝาก
************
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849103.JPEG
ราดหน้าเห็ดสี่สหาย
ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 150 กรัม
เห็ดเข็มทอง(ห่อเล็ก) 1 ห่อ
เห็ดหูหนูดำ 2 ช่อ
เห็ดฟาง 50 กรัม
เห็ดหูหนูขาวแช่น้ำ 1 ดอก
เม็ดถั่วลันเตา 30 กรัม
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
แป้งมันละลายน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรส ซีอิ้วขาวเห็ดหอม, ซอสเห็ดหอม, ซีอิ้วดำ, เต้าเจี้ยว, น้ำตาลทราย, พริกไทยป่น
วิธีทำ
1. ตั้งกะทะให้ร้อนจัด ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ลงผัดในกะทะ ร่อนก๋วยเตี๋ยวให้หอม ใส่ซีอิ้วดำ ½ ช้อนชา ผัดให้เข้ากัน ตักก๋วยเตี๋ยวขึ้นพักไว้
2. เห็ดฟางผ่าครึ่ง เห็ดหูหนูขาว เห็ดหูหนูดำ ตัดเป็นชิ้น เห็ดเข็มทอง ตัดช่วงโคนทิ้งไป
3. ตั้งกะทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ใส่เต้าเจี้ยว ผัดให้หอม ใส่น้ำสะอาดลงไปต้มให้เดือด ใส่เห็ดทั้ง 4 ชนิดลงไป ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสทั้งหมด แล้วใส่แป้งมันละลายน้ำ คนให้เข้ากัน พอข้นยกลง ใส่ถั่วลันเตาลงไปชิมรส
4. นำก๋วยเตี๋ยวที่ผัดไว้แล้วใส่จาน ราดด้วยน้ำราดหน้าเห็ด 4 สหาย เสิร์ฟพร้อมกับพวงเครื่องปรุง
*********
บะหมี่ฮกเกี้ยนเจ
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849104.JPEG
ส่วนผสม เส้นหมี่เหลืองแห้งลวกน้ำแล้ว 200 กรัม
แครอทหั่นเส้น 30 กรัม
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นเส้น 50 กรัม
เนื้อกุ้งเจ 5 ตัว
เนื้อหมูเจ 50 กรัม
ถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหาง 100 กรัม
คื่นช่ายหั่นท่อน 2 ต้น
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรส ซีอิ้วขาวเห็ดหอม, ซอสเห็ดหอม, ซีอิ้วดำ, น้ำตาลทราย, พริกไทยป่น
วิธีทำ
1. ตั้งกะทะให้ร้อนใส่น้ำมัน ใส่เนื้อกุ้งเจ เนื้อหมูเจ เห็ดหอมเส้น แครอทเส้น ผัดให้เข้ากัน
2. ใส่เส้นหมี่ลงผัด แล้วใส่เครื่องปรุงรสทั้งหมด ถั่วงอก ผัดพอผักสลบ
3. ตักขึ้นเสิร์ฟขณะร้อน โรยด้วยคื่นช่าย
*************
สปาเก็ตตี้ซอสเห็ดหอม
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849105.JPEG
ส่วนผสม สปาเก็ตตี้ 1 ถ้วย
ยอดคะน้าอ่อน 10 ยอด
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 6 ดอก
กุ้งเจ 6 ชิ้น
น้ำซุปผัก 2 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
ปรุงรส ซอสเห็ดหอม, เต้าเจี้ยว
วิธีทำ
1. ลวกยอดคะน้าให้สุก แช่ในน้ำเย็น
2. จัดเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกแล้ว(ไม่ต้องคลุกน้ำมัน)ลงในพิมพ์ วางผักคะน้าที่ลวกไว้ด้านบน
3. ผัดเห็ดหอมในน้ำมันพอหอม เติมเต้าเจี้ยว ซอสเห็ดหอมและกุ้งเจ ผัดให้เข้ากัน
4. เติมน้ำซุปผัก ตั้งไฟจนเดือด ใส่แป้งข้าวโพด คนให้เข้ากันพอข้น
5. ตักน้ำซอสราดบนสปาเก็ตตี้ที่จัดไว้ ยกเสิร์ฟ
***********
พาสตาหวานกับรากบัวเชื่อม
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849106.JPEG
ส่วนผสม มะกะโรนีชนิดท่อน ½ ถ้วย
รากบัวขนาดกลาง 1 ท่อน
เม็ดบัว ½ ถ้วย
เม็ดแปะก้วย ½ ถ้วย
น้ำสะอาด 3 ถ้วย
ปรุงรส น้ำตาลทราย
วิธีทำ
1. ปอกเปลือกรากบัว ล้างให้สะอาด แช่น้ำปูนใส่ไว้ประมาณ ½ ชั่วโมง
2. ต้มรากบัวกับน้ำจนสุก เติมน้ำตาล เม็ดบัว และแปะก้วย
3. ต้มต่อจนรากบัวดูดน้ำเชื่อม และแปะก้วยกับเม็ดบัวใส หากข้นไปเติมน้ำสะอาดได้
4. เมื่อจะรับประทาน ตักมักกะโรนีลวกใส่ชาม เติมเม็ดบัว แปะก้วยเชื่อมและรากบัวเชื่อมหั่น รับประทานขณะร้อนหรือเย็นตามต้องการ
************
แหล่งกินเจ..ใกล้ตัว
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849107.JPEG
สำหรับคนไม่สะดวกหรือไม่ชอบเข้าครัว คุณสามารถไปซื้ออาหารเจสำเร็จรูปตามตลาด หรือห้างสรรพสินค้าที่แข่งกันปักธงสีเหลืองซะเต็มพรืดไปหมด
************
ตลาดเยาวราช
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849108.JPEG
อมตะนิรันกาลเสมอสำหรับแหล่งกินกลางคืน ปีนี้ปักธงสีเหลืองเกือบทุกรถเข็นบนสองฝั่งฟากถนนเยาวราช เรียกวาอาหารทุกชนิดเป็นเจหมด ไม่ว่าจะเป็นก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวหลอด หมี่ผัดฮ่องกง หมี่ผัดยากิโซยะ เส้นหมี่ผัดผักกระเฉด ข้าวต้มกุ๊ยบวกกับข้าวเจหลากชนิด ขนมจีนน้ำยาเจ ขนมกุ้ยช่ายเจ(ใช้ผักกวางตุ้งแทน) เผือกทอดเต้าหู้ทอด หรือแม้แต่หมูสะเต๊ะ ไส้กรอกบาร์บีคิว ก็เจ ช่างสรรสร้างพัฒนาผลิตภัณฑ์กันเสียจริง ทว่าขายดีสุด ต้องไม่พลาดลูกชิ้นเห็ดหอม คนแย่งกันซื้อจนทะลักออกมาบนถนนเลย
***********
ดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์
http://pics.manager.co.th/Images/548000016849109.JPEG
ออกหรูหน่อยแต่ไม่เว่อร์ขนาดโรงแรมหรอกนะ ปีนี้บรรดาร้านอาหารต่างๆในดิ เอ็มโพเรียมฯ ร่วมใจกันเปิดเมนูเพื่อคนรักสุขภาพ ตั้งแต่บริเวณ Market Hall อาทิ Royal Kitchen, Oriental Cuisine, Joke Club, Home Cake By Da เป็นต้น ทาง Food Court ก็ไม่น้อยหน้า ร้านต่างๆร่วมนำเสนออาหารเจจานเด็ด เช่น ส้มตำเจ, ยำรวมมิตรเจ, ข้าวราดแกงเจ, กระเพาะปลาเจ, ก๋วยจั๊บเจ ฯลฯ หลายเจ้าเป็นร้านชื่อดังจากเยาวราช นั่นแหล่ะ
************