PDA

View Full Version : การเจริญภาวนาให้เกิดจักษุทิพย์( ฝึกตาทิพย์ )


Being
08-23-2005, 05:29 PM
การเจริญภาวนาให้เกิดจักษุทิพย์( ฝึกตาทิพย์ )
คำสอนหลวงพ่อดาบส สุมโน พระอริยะเจ้าแห่งเชียงราย

จักษุทิพย์ นี้จะเกิดขึ้น จะต้องทำให้ถึง ความว่างภายใน ที่เรียกว่า สมาธิจิตว่าง
ณ ธรรมจักร นี้พระพุทธองค์ ยกหนทาง ๘ ขึ้นแสดงเทพพรหมหมื่นโลกธาตุจักรวาล มีปัญจัควัคคีเป็นต้น ได้สดับฟังแล้วก็ได้ดวงตาเห็นธรรม ธัมจักขุเกิดขึ้น
ทาง ๘ มี ๘ อย่าง หรือ ๘ ข้อ และสรุปแล้ว ๘ อย่าง ก็มีในคนเรานี้เอง และคนเราก็เชื่อว่า มี ๘ จำพวก กล่าวคือ มีคุณลักษณ์ประจำตัว ๘ คุณลักษณ์ คือ ธาตุที่อบรมมาประจำตน ได้แก่ ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
เมื่อเจริญภาวนา ทำอารมณ์ให้เกิดตาทิพย์ ก็ควรถือ เอาเลขที่เป็นธาตุของตน จะทำให้การเจริญเหมาะกับนิสัยธาตุ และจะสมหวัง หากเราใช้อักษรมาเป็นอารมณ์ ก็จะทำให้ยากต่อการที่จะเลือกเอามาเป็นอารมณ์ เพราะอักษรนั้นมีมากต่อคนเกิดวันหนึ่ง
ฉะนั้นในที่นี้ เพื่อความง่าย คนเกิดวันอาทิตย์ให้ใช้เลข ๑ เอามาเป็นอารมณ์เจริญภาวนา, คนเกิดวันจันทร์ ให้ใช้เลข ๒, คนเกิดวันอังคารให้ใช้เลข ๓, คนเกิดวันพุธให้ใช้เลข ๔, คนเกิดวันพฤหัสบดี ให้ใช้เลข ๕, คนเกิดวันศุกร์ ให้ใช้เลข ๖, คนเกิดวันเสาร์ ให้ใช้เลข ๗ คนเกิดวันพุธกลางคืน (ตั้งแต่เที่ยงคืน ถึง ๖ น.เช้า) ให้ใช้เลข ๘, -ไม่รู้วันเกิดใช้เลข ๙
ตัวเลขแต่ละตัวล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะในทุกตัวเลขมีพุทธประจำอยู่ทุกตัว เทวดา ๘ องค์ก็อยุ่ในเลข ๘ ตัวนี้เหมือนกัน

วิธีเจริญ ให้เราเอาตัวเลข อันตรงกับวันเกิดของตนเองมาตั้งเป็นอารมณ์ (องค์กษิณ) กำหนดเหมือนกำว่าลอยนิ่งอยุ่ในอากาศเบื้องหน้าเรา ให้อยู่ในรัศมีใกล้ใกลพอเห็นชัดเจน เมื่อประคองตัวเลขจำหมายไว้ดีแล้ว ตั้งอยู่คงอยู่ไม่อันตรธานหายไป รู้ว่าใจอยู่แล้ว เพราะอาศัยเห็น ตัวเลขนั้น คงอยู่นี้เรียกว่า อัปปานาสมาธิญาณ เมื่อเห็นชัดชำนาญดีแล้ว ต่อไปจะนึกให้อยู่ตรงไหนก็ได้ แต่ความต้องการตอนนี้ ต้องการนึกให้ตัวเลขที่เห็นชัดอยู่นั้นกลายเป็นความว่าง ความสูญเปล่า ไม่มีอะไรเมื่อทำได้ว่างดังนี้แล้ว ๆ เอาความว่างเปล่านั้นมาครอบใส่ตัวเรา เอาตัวเราปผสมกับความว่างเปล่า ให้ความว่างเปล่ากับตัวเรา ผสมกลมกลืนเป็นอันเดียวกัน ทำได้ดังนี้ ก็เป็นอันว่า ขั้นพื้นฐานตาทิพย์เราได้แล้ว

ทีนี้ต้องการจะเห็นอะไร จะเป็นอะไร รู้อะไร ก็อธิษฐานดูเอา หรือไม่ก็จะเห็นบรรดาพวกกายทิพย์ เห็นโลกทิพย์ เมื่อเราถึงขั้นนี้แล้ว ความรู้เรานั้นก็จะเป็นดังพุทธะ
ข้อสำคัญต้องอย่าลืมว่า เวลาจะเห็นก็เห็นได้ เวลาจะไม่เห็นก็ไม่ให้เห็นได้ เหมือนคนมีไฟฟ้าใช้แล้วก็ต้องรู้จัก ใช้รู้จักที่ปิดที่เปิดจึงสวัสดี ฯ

ความคิดเห็นเพิ่มเติม จาก นาคินทร์ การฝึกวิธีนี้ครอบคลุมทั้งรูปฌาณ และอรูปฌาณ ไปในตัว ผู้ที่ฝึกจนคล่องตัว จะมีจิตใจที่ละเอียดอ่อนมาก หากเข้าสู่ความเป็นอริยะ ใช้วิปัสนาญานเข้าร่วมด้วย จักเข้าประเภทปฏิสัมภิทาญาณโดยปริยาย จึงน่านำไปฝึกมาก

KomAon11
08-28-2005, 01:44 AM
นี่เป็นการฉลาดสอนของหลวงพ่อดาบสท่าน...

...ขอกราบโมทนาครับ