Paang
06-11-2007, 01:30 AM
http://www.agalico.com/imghost/photo/img/3a9dc107f4e25454c771ff0c3fdb2d42/image001.jpg
"หายใจเข้า ฉันรู้ว่าฉันหายใจเข้า"
หายใจออก ฉันรู้ว่าฉันหายใจออก"
เสียงกล่าวเนิบช้าของภิกษุณีสาว คอยเตือนสติให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม "ภาวนา...สามัญวิถีแห่งความเบิกบาน" โครงการภาวนาหมู่บ้านพลัม ซึ่งจัดขึ้นโดย "เสมสิกขาลัย" ได้ตระหนักรู้ถึงลมหายใจเข้าออกของตรเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะนำไปสู่การมีสมาธิในทุกๆ ช่วงของการดำเนินชีวิต
เอ่ยถึงคำว่า "ภาวนา" หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องของคนเข้าวัด เป็นเรื่องของคนธรรมะธัมโมที่ละแล้วจากกิเลิส แต่จริงๆ แล้วการภาวนาไม่ได้ห่างจากวิถีชีวิต ของคนเราแต่อย่างใด เพราะเมื่อเรารู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใด รู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกของตัวเอง นั่นก็เท่ากับว่าเราได้เริ่มต้นภาวนาแล้ว ซึ่งเมื่อเกิดสติขึ้นก็จะส่งผลให้ ผู้ปฏิบัติเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบกาย รวมทั้งยังทำให้สามารถพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่างละเอียด ลึกซึ้ง จนนำไปสู่การมองเห็นธรรมชาติของสรรรพสิ่งตามความเป็นจริง
ปัจจุบันการฝึกเจริญสติกลายเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากในโลกตะวันตก โดยผู้สังเกตการณ์เกี่ยวกับจิตวิญญาณในสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่า ในปีทศวรรษ 2000 ความเชื่อเกี่ยวกับคุณค่าของ "สติ" ได้กลายเป็นความเชื่อที่กว้างขวางเช่นเดียวกับความเชื่อเรื่องทูตสวรรค์ ในปีทศวรรษที่ 1990 ไปแล้ว
สังเกตได้จากหนังสือและเทปเกี่ยวกับการฝึกสติที่กลายเป็นหนังสือขายดี หรือการที่คำว่า "เจริญสติ" ได้กลายเป็นหัวข้อที่สำคัญยิ่งในงานสัมมนาต่างๆ และ ในโรงพยาบาลและนักจิตวิทยาที่มีการสอนผู้ป่วยให้ใช้สติเป็นหนทางในการบรรเทาและรับมือกับการเจ็บป่วยเรื้อรัง รวมทั้งความเครียดและความเศร้า รวมถึง การที่บริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายแห่งมีการฝึกอบรมการฝึกจิต เพื่อที่จะพัฒนาการใช้สมาธิในการทำงาน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน
๐ ฝึกสติเพื่อชีวิต
"ภิกษุณีนิรามิสา (http://www.thaiplumvillage.org/plum_abount_p31.html)" แห่งหมู่บ้านพลัม สถานที่ฝึกปฏิบัติธรรมในประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักของนักปฏิบัติธรรมทั่วโลก บอกว่า ปัญหาของสังคมในปัจจุบันนี้ เกิดจากความเจริญด้านวัตถุ จนทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์รายล้อมไปด้วยสิ่งจูงใจนานัปการ ส่งผลให้มนุษย์หันเหออกไปจากการทำความเข้าใจตนเอง และความ สัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งทั้งปวงอย่างถ่องแท้ จนเป็นที่มาของการเกิดความหวาดระแวง ความกลัว และก่อให้เกิดความขัดแย้งในที่สุด
'ปัญหาของคนเราในสมัยนี้ก็คือ มักจะถูกสิ่งรอบกายชักจูงให้เกิดความคิดกังวลอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอยู่อาศัย การดำเนินชีวิต สิ่งเหล่านี้ ทำให้ชีวิตเหมือนกับวิ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถดึงเอาจิตใจมาอยู่กับปัจจุบันได้ เรียกได้ว่ากายกับใจไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะขณะที่เรากำลังทำบางสิ่งอยู่ แต่จิตใจ เรากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ตรงกันข้ามจิตใจกลับคิดจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ทำให้เราไม่สามารถท่องปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้ง และไม่เข้าใจถึงธรรมชาติอย่าง แท้จริง"
ฉะนั้น เมื่อชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยสิ่งชักจูงที่ทำให้เดินผิดทาง การฝึกให้มีสติอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการใช้ชีวิตอย่างมีสตินั้นจะทำให้เรา สามารถมองตนเอง และทุกสิ่งทุกอย่างได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการมองเช่นนี้ จะทำให้ชีวิตปราศจากความทุกข์ ทำให้จิตใจเป็นอิสระและพร้อมที่จะสร้างความ เบิกบานให้กับตนเองและคนรอบข้าง ซึ่งการฝึกปฏิบัตินั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนั่งฝึกปฏิบัติกันแต่ในห้องเท่านั้น แต่การฝึกเจริญสติสามารถทำได้ในทุกๆ อิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน ก็ล้วนแต่สามารถฝึกสติได้แทบทั้งสิ้น
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=5 width="100%" align=left border=0><TBODY><TR><TD colSpan=3><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center width="67%">๐ ระฆังแห่งสติ
การฝึกสติไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนั่งฝึกยู่แต่ในห้องปฏิบัติเท่านั้น แต่การฝึกสามารถกระทำได้ในทุกๆ เวลา ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า ในหมู่บ้านพลัมจะเน้น แนวทางปฏิบัติที่กลมกลืนไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตทั่วๆ ไป เช่น เดิน นั่ง ทำงาน รับประทานอาหาร แต่กุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้เข้าฝึก ได้เรียนรู้ถึง การมีสติขณะที่กระทำกิจวัตรประจำวันอยู่ก็คือ การใช้สิ่งที่เรียกว่า "ระฆังแห่งสติ" เพื่อให้ เสียงระฆังนี้เตือนให้ผู้เข้าฝึกได้ตระหนักรู้ถึงลมหายใจ ตนเอง และรู้ว่า ขณะนี้จิตใจอยู่กับร่างกาย และกำลัง ทำสิ่งใดอยู่
</TD></TR></TBODY></TABLE> "การฝึกปฏิบัติตามแนวทางของหมู่บ้านพลัม จะใช้เสียงระฆังเพื่อให้ผู้ฝึกได้รู้สติ ซึ่งในทุกๆ ครั้งก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมใดๆ ก็ตาม จะมีการเคาะระฆังเพื่อให้ ผู้ฝึกได้กลับมาอยู่กับลมหายใจของตนเอง เช่น ก่อนที่จะรับประทานอาหารจะมีการเคาะระฆัง เมื่อนั้นทุกคนจะหยุดการกระทำต่างๆ หยุดพูดคุยกัน หยุดการ เคลื่อนไหวต่างๆ และผ่อนคลายร่างกาย รวมทั้งตระหนักรู้ถึงลมหายใจเข้าออกของตนเอง"
เมื่อฝึกรู้สติจนคุ้นเคยกับเสียงระฆังแล้ว เสียงต่างๆ ที่เราได้ยินในชีวิตประจำวันก็สามารถเป็นระฆังแห่งสติได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงโทรศัพท์ เสียงนาฬิกา เสียงร้องของเด็ก หรือแม้แต่เสียงเครื่องยนต์ เสียงหวอของรถดับเพลิง ก็สามารถนำมาเป็นเสียงที่คอยเตือนให้เราตระหนักถึงลมหายใจอย่างมีสติได้ เช่น มีผู้ปฏิบัติบางคนใช้นาฬิกาเป็นเครื่องเตือนสติให้แก่ตนเอง เมื่อใดที่นาฬิกาดัง เขาก็จะหยุดการกระทำทุกอย่าง และกลับมาอยู่กับลมหายใจของตนเอง ก่อนที่จะ ทำงานที่ค้างอยู่ต่อไป บางคนอาจจะสร้างระฆังแห่งสติให้แก่ตนเองในรูปแบบของการ์ด เมื่อเกิดอารมณ์โกรธหรือแปรปรวน เพราะสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็หยิบเอา การ์ดขึ้นมาเพื่อเตือนสติของตนเอง
๐ ประโยชน์จากการฝึกสติ
การฝึกสติก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญก็คือ ทำให้ผู้ฝึกรู้ตัวอยู่เสมอว่ากำลังคิดหรือทำสิ่งใดอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือทำให้เราอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง เมื่ออยู่กับปัจจุบัน เราก็จะไม่กังวลไปกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต หรือมานั่งเสียใจเพราะเรื่องในอดีต นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถกระทำสิ่งต่างๆ ในขณะนั้นได้อย่างมีเหตุมีผล สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยพิจารณาถึงเหตุและผลก่อนที่ตัดสินใจ ไม่ด่วนตัดสินใจเพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบ
"เริงชัย สมบูรณ์วิจิตร" หนึ่งในผู้เข้าฝึกอบรม "ภาวนา...สามัญวิถีแห่งความเบิกบาน" บอกว่า การฝึกฝนให้เกิดสติในทุกอิริยาบถของการดำเนินชีวิตนั้น ทำให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการดำเนินชีวิตทั่วไป หรือแม้แต่การตัดสินใจแก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆ ก็จะกระทำไปจากการไตร่ตรองด้วยเหตุและผล รวมทั้งไม่ด่วนตัดสินใจทำสิ่งใดไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
ขณะที่ "เกียรติศักดิ์ อริยะภัคภิญโญ" หนุ่มน้อยวัยรุ่นผู้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติได้กล่าวถึงประโยชน์ของการฝึกฝนว่า การฝึกเจริญสติทำให้ได้รู้ว่า จริงๆ แล้วการ ฝึกสมาธินั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการนั่งสมาธิ หรือการเดินจงกรม แต่สามารถฝึกฝนได้กับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการฝึกสติเป็น ประจำก็คือ การทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรอบคอบมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างละเอียด เพราะการมีสติจะทำให้เราคิดพิจารณา ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น
๐ ชุมชนแห่งสังฆะ
ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า เมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติแล้วสิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้สามารถปฏิบัติไปได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือการสร้างกลุ่มเพื่อนหรือกัลยาณมิตรที่สนใจ ในการฝึกสติเหมือนกัน โดยจะเรียกกลุ่มดังกล่าวว่า "ชุมชนสังฆะ" ซึ่งเป็นกลุ่มนักฝึกปฏิบัติที่มีจุดมุ่งหมายในการฝึกการรู้สติเช่นเดียวกัน ซึ่งการมีกลุ่มชุมชนแห่ง สังฆะจะช่วยให้เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลของการปฏิบัติระหว่างกันได้ เพื่อนำไปสู่การฝึกปฏิบัติที่ได้ผลมากยิ่งๆ ขึ้นไป
การอยู่ร่วมกันเป็นสังฆะนั้น สามารถช่วยบำบัดรักษาความรู้สึกโดดเดี่ยว และแยกขาดจากสังคมของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่มักจะตกเป็นเหยื่อของความเปลี่ยว เหงาอยู่เสมอ ระหว่างการฝึกปฏิบัติของหมู่บ้านพลัมนั้น เราจะเน้นให้สมาชิกผู้เข้าร่วมปฏิบัติอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ และเอาใจใส่กันและกัน เพื่อให้สมาชิก ทุกคนเห็นถึงคุณค่าของการมีส่วนร่วม ซึ่งในจุดนี้การร่วมฝึกปฏิบัติในกิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็จะทำให้สมาชิกได้รู้สึกถึงความรัก และการยอมรับในหมู่เพื่อน สมาชิกด้วยกัน และสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การฝึกปฏิบัติกลายเป็นเรื่องง่ายและให้ความเบิกบาน
เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งเร้าที่คอยผลักดันให้ชีวิตหลุดออกจากหนทางที่ควรจะเป็น สิ่งสำคัญประการหนึ่งสำหรับการดำเนินชีวิตก็คือ การฝึกฝนให้มีสติในการ รู้จักตนเองและรู้จักธรรมชาติอย่างแท้จริงของสรรพสิ่ง ก็คงไม่ต่างอะไรกับเรือที่มีหางเสือแข็งแกร่ง ซึ่งไม่ว่าจะแล่นฝ่าคลื่นลมที่แรงสักเพียงไร ก็ยังสามารถ แล่นไปสู่จุดหมายได้เสมอ ๐
</TD></TR><TR><TD colSpan=3><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width=20 background=images/border/blue01_01.gif height=10></TD><TD background=images/border/blue01_02.gif></TD><TD width=20 background=images/border/blue01_03.gif height=10></TD></TR><TR><TD background=images/border/blue01_04.gif></TD><TD background=images/border/blue01_05.gif>
<TABLE width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD width="2%"></TD><TD width="97%">หมู่บ้านแห่งการภาวนา
"หมู่บ้านพลัม" เป็นส่วนหนึ่งของวัดในพระพุทธศาสนา ซึ่งได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย "พระภิกษุติช นัท ฮันห์" พระภิกษุชาวเวียดนาม นิกายเซน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเขียนหนังสือธรรมะซึ่งดังระดับโลกหลายเล่ม เช่น "ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ" "เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง" "ปัจจุบันเป็นเวลาที่ประเสริฐสุด"
หมู่บ้านพลัมตั้งอยู่ในชนบทใกล้กับเมือง บอร์โดซ์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยภายในหมู่บ้านจะประกอบไปด้วยกลุ่มบ้าน และสถานที่ สำหรับปฏิบัติธรรมหลายแห่ง ซึ่งจะมีนักปฏิบัติธรรมจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาฝึกอบรมเป็นจำนวนมาก สำหรับหลักการปฏิบัติธรรมจะเน้น การตระหนักรู้ในแต่ละลมหายใจเข้าออก เพื่อให้ผู้เข้าฝึกปฏิบัติมีสติในการกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการฝึกไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้อง ฝึกสมาธิเท่านั้น แต่จะเน้นการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดสติทุกที่ ทุกเวลา โดยใช้การกำหนดรู้ด้วยเสียงระฆัง เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา หรือแม้แต่ เสียงกริ่งโทรศัพท์
ที่มา http://www.thaiplumvillage.org/plum_news_004.html
</TD><TD width="1%"></TD></TR><TR><TD colSpan=3 height=10></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD background=images/border/blue01_06.gif></TD></TR><TR><TD width=20 background=images/border/blue01_07.gif height=20></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
"หายใจเข้า ฉันรู้ว่าฉันหายใจเข้า"
หายใจออก ฉันรู้ว่าฉันหายใจออก"
เสียงกล่าวเนิบช้าของภิกษุณีสาว คอยเตือนสติให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม "ภาวนา...สามัญวิถีแห่งความเบิกบาน" โครงการภาวนาหมู่บ้านพลัม ซึ่งจัดขึ้นโดย "เสมสิกขาลัย" ได้ตระหนักรู้ถึงลมหายใจเข้าออกของตรเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะนำไปสู่การมีสมาธิในทุกๆ ช่วงของการดำเนินชีวิต
เอ่ยถึงคำว่า "ภาวนา" หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องของคนเข้าวัด เป็นเรื่องของคนธรรมะธัมโมที่ละแล้วจากกิเลิส แต่จริงๆ แล้วการภาวนาไม่ได้ห่างจากวิถีชีวิต ของคนเราแต่อย่างใด เพราะเมื่อเรารู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใด รู้สึกถึงลมหายใจเข้าออกของตัวเอง นั่นก็เท่ากับว่าเราได้เริ่มต้นภาวนาแล้ว ซึ่งเมื่อเกิดสติขึ้นก็จะส่งผลให้ ผู้ปฏิบัติเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมรอบกาย รวมทั้งยังทำให้สามารถพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่างละเอียด ลึกซึ้ง จนนำไปสู่การมองเห็นธรรมชาติของสรรรพสิ่งตามความเป็นจริง
ปัจจุบันการฝึกเจริญสติกลายเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมากในโลกตะวันตก โดยผู้สังเกตการณ์เกี่ยวกับจิตวิญญาณในสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่า ในปีทศวรรษ 2000 ความเชื่อเกี่ยวกับคุณค่าของ "สติ" ได้กลายเป็นความเชื่อที่กว้างขวางเช่นเดียวกับความเชื่อเรื่องทูตสวรรค์ ในปีทศวรรษที่ 1990 ไปแล้ว
สังเกตได้จากหนังสือและเทปเกี่ยวกับการฝึกสติที่กลายเป็นหนังสือขายดี หรือการที่คำว่า "เจริญสติ" ได้กลายเป็นหัวข้อที่สำคัญยิ่งในงานสัมมนาต่างๆ และ ในโรงพยาบาลและนักจิตวิทยาที่มีการสอนผู้ป่วยให้ใช้สติเป็นหนทางในการบรรเทาและรับมือกับการเจ็บป่วยเรื้อรัง รวมทั้งความเครียดและความเศร้า รวมถึง การที่บริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายแห่งมีการฝึกอบรมการฝึกจิต เพื่อที่จะพัฒนาการใช้สมาธิในการทำงาน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน
๐ ฝึกสติเพื่อชีวิต
"ภิกษุณีนิรามิสา (http://www.thaiplumvillage.org/plum_abount_p31.html)" แห่งหมู่บ้านพลัม สถานที่ฝึกปฏิบัติธรรมในประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักของนักปฏิบัติธรรมทั่วโลก บอกว่า ปัญหาของสังคมในปัจจุบันนี้ เกิดจากความเจริญด้านวัตถุ จนทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์รายล้อมไปด้วยสิ่งจูงใจนานัปการ ส่งผลให้มนุษย์หันเหออกไปจากการทำความเข้าใจตนเอง และความ สัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งทั้งปวงอย่างถ่องแท้ จนเป็นที่มาของการเกิดความหวาดระแวง ความกลัว และก่อให้เกิดความขัดแย้งในที่สุด
'ปัญหาของคนเราในสมัยนี้ก็คือ มักจะถูกสิ่งรอบกายชักจูงให้เกิดความคิดกังวลอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอยู่อาศัย การดำเนินชีวิต สิ่งเหล่านี้ ทำให้ชีวิตเหมือนกับวิ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถดึงเอาจิตใจมาอยู่กับปัจจุบันได้ เรียกได้ว่ากายกับใจไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะขณะที่เรากำลังทำบางสิ่งอยู่ แต่จิตใจ เรากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ตรงกันข้ามจิตใจกลับคิดจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ทำให้เราไม่สามารถท่องปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้ง และไม่เข้าใจถึงธรรมชาติอย่าง แท้จริง"
ฉะนั้น เมื่อชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยสิ่งชักจูงที่ทำให้เดินผิดทาง การฝึกให้มีสติอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการใช้ชีวิตอย่างมีสตินั้นจะทำให้เรา สามารถมองตนเอง และทุกสิ่งทุกอย่างได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการมองเช่นนี้ จะทำให้ชีวิตปราศจากความทุกข์ ทำให้จิตใจเป็นอิสระและพร้อมที่จะสร้างความ เบิกบานให้กับตนเองและคนรอบข้าง ซึ่งการฝึกปฏิบัตินั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนั่งฝึกปฏิบัติกันแต่ในห้องเท่านั้น แต่การฝึกเจริญสติสามารถทำได้ในทุกๆ อิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน ก็ล้วนแต่สามารถฝึกสติได้แทบทั้งสิ้น
<TABLE cellSpacing=5 cellPadding=5 width="100%" align=left border=0><TBODY><TR><TD colSpan=3><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center width="67%">๐ ระฆังแห่งสติ
การฝึกสติไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนั่งฝึกยู่แต่ในห้องปฏิบัติเท่านั้น แต่การฝึกสามารถกระทำได้ในทุกๆ เวลา ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า ในหมู่บ้านพลัมจะเน้น แนวทางปฏิบัติที่กลมกลืนไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตทั่วๆ ไป เช่น เดิน นั่ง ทำงาน รับประทานอาหาร แต่กุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้เข้าฝึก ได้เรียนรู้ถึง การมีสติขณะที่กระทำกิจวัตรประจำวันอยู่ก็คือ การใช้สิ่งที่เรียกว่า "ระฆังแห่งสติ" เพื่อให้ เสียงระฆังนี้เตือนให้ผู้เข้าฝึกได้ตระหนักรู้ถึงลมหายใจ ตนเอง และรู้ว่า ขณะนี้จิตใจอยู่กับร่างกาย และกำลัง ทำสิ่งใดอยู่
</TD></TR></TBODY></TABLE> "การฝึกปฏิบัติตามแนวทางของหมู่บ้านพลัม จะใช้เสียงระฆังเพื่อให้ผู้ฝึกได้รู้สติ ซึ่งในทุกๆ ครั้งก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมใดๆ ก็ตาม จะมีการเคาะระฆังเพื่อให้ ผู้ฝึกได้กลับมาอยู่กับลมหายใจของตนเอง เช่น ก่อนที่จะรับประทานอาหารจะมีการเคาะระฆัง เมื่อนั้นทุกคนจะหยุดการกระทำต่างๆ หยุดพูดคุยกัน หยุดการ เคลื่อนไหวต่างๆ และผ่อนคลายร่างกาย รวมทั้งตระหนักรู้ถึงลมหายใจเข้าออกของตนเอง"
เมื่อฝึกรู้สติจนคุ้นเคยกับเสียงระฆังแล้ว เสียงต่างๆ ที่เราได้ยินในชีวิตประจำวันก็สามารถเป็นระฆังแห่งสติได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงโทรศัพท์ เสียงนาฬิกา เสียงร้องของเด็ก หรือแม้แต่เสียงเครื่องยนต์ เสียงหวอของรถดับเพลิง ก็สามารถนำมาเป็นเสียงที่คอยเตือนให้เราตระหนักถึงลมหายใจอย่างมีสติได้ เช่น มีผู้ปฏิบัติบางคนใช้นาฬิกาเป็นเครื่องเตือนสติให้แก่ตนเอง เมื่อใดที่นาฬิกาดัง เขาก็จะหยุดการกระทำทุกอย่าง และกลับมาอยู่กับลมหายใจของตนเอง ก่อนที่จะ ทำงานที่ค้างอยู่ต่อไป บางคนอาจจะสร้างระฆังแห่งสติให้แก่ตนเองในรูปแบบของการ์ด เมื่อเกิดอารมณ์โกรธหรือแปรปรวน เพราะสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็หยิบเอา การ์ดขึ้นมาเพื่อเตือนสติของตนเอง
๐ ประโยชน์จากการฝึกสติ
การฝึกสติก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญก็คือ ทำให้ผู้ฝึกรู้ตัวอยู่เสมอว่ากำลังคิดหรือทำสิ่งใดอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือทำให้เราอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง เมื่ออยู่กับปัจจุบัน เราก็จะไม่กังวลไปกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต หรือมานั่งเสียใจเพราะเรื่องในอดีต นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถกระทำสิ่งต่างๆ ในขณะนั้นได้อย่างมีเหตุมีผล สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยพิจารณาถึงเหตุและผลก่อนที่ตัดสินใจ ไม่ด่วนตัดสินใจเพราะอารมณ์เพียงชั่ววูบ
"เริงชัย สมบูรณ์วิจิตร" หนึ่งในผู้เข้าฝึกอบรม "ภาวนา...สามัญวิถีแห่งความเบิกบาน" บอกว่า การฝึกฝนให้เกิดสติในทุกอิริยาบถของการดำเนินชีวิตนั้น ทำให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการดำเนินชีวิตทั่วไป หรือแม้แต่การตัดสินใจแก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆ ก็จะกระทำไปจากการไตร่ตรองด้วยเหตุและผล รวมทั้งไม่ด่วนตัดสินใจทำสิ่งใดไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
ขณะที่ "เกียรติศักดิ์ อริยะภัคภิญโญ" หนุ่มน้อยวัยรุ่นผู้เข้าร่วมฝึกปฏิบัติได้กล่าวถึงประโยชน์ของการฝึกฝนว่า การฝึกเจริญสติทำให้ได้รู้ว่า จริงๆ แล้วการ ฝึกสมาธินั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการนั่งสมาธิ หรือการเดินจงกรม แต่สามารถฝึกฝนได้กับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการฝึกสติเป็น ประจำก็คือ การทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรอบคอบมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างละเอียด เพราะการมีสติจะทำให้เราคิดพิจารณา ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น
๐ ชุมชนแห่งสังฆะ
ภิกษุณีนิรามิสา กล่าวว่า เมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติแล้วสิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้สามารถปฏิบัติไปได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือการสร้างกลุ่มเพื่อนหรือกัลยาณมิตรที่สนใจ ในการฝึกสติเหมือนกัน โดยจะเรียกกลุ่มดังกล่าวว่า "ชุมชนสังฆะ" ซึ่งเป็นกลุ่มนักฝึกปฏิบัติที่มีจุดมุ่งหมายในการฝึกการรู้สติเช่นเดียวกัน ซึ่งการมีกลุ่มชุมชนแห่ง สังฆะจะช่วยให้เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลของการปฏิบัติระหว่างกันได้ เพื่อนำไปสู่การฝึกปฏิบัติที่ได้ผลมากยิ่งๆ ขึ้นไป
การอยู่ร่วมกันเป็นสังฆะนั้น สามารถช่วยบำบัดรักษาความรู้สึกโดดเดี่ยว และแยกขาดจากสังคมของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่มักจะตกเป็นเหยื่อของความเปลี่ยว เหงาอยู่เสมอ ระหว่างการฝึกปฏิบัติของหมู่บ้านพลัมนั้น เราจะเน้นให้สมาชิกผู้เข้าร่วมปฏิบัติอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ และเอาใจใส่กันและกัน เพื่อให้สมาชิก ทุกคนเห็นถึงคุณค่าของการมีส่วนร่วม ซึ่งในจุดนี้การร่วมฝึกปฏิบัติในกิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็จะทำให้สมาชิกได้รู้สึกถึงความรัก และการยอมรับในหมู่เพื่อน สมาชิกด้วยกัน และสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การฝึกปฏิบัติกลายเป็นเรื่องง่ายและให้ความเบิกบาน
เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งเร้าที่คอยผลักดันให้ชีวิตหลุดออกจากหนทางที่ควรจะเป็น สิ่งสำคัญประการหนึ่งสำหรับการดำเนินชีวิตก็คือ การฝึกฝนให้มีสติในการ รู้จักตนเองและรู้จักธรรมชาติอย่างแท้จริงของสรรพสิ่ง ก็คงไม่ต่างอะไรกับเรือที่มีหางเสือแข็งแกร่ง ซึ่งไม่ว่าจะแล่นฝ่าคลื่นลมที่แรงสักเพียงไร ก็ยังสามารถ แล่นไปสู่จุดหมายได้เสมอ ๐
</TD></TR><TR><TD colSpan=3><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD width=20 background=images/border/blue01_01.gif height=10></TD><TD background=images/border/blue01_02.gif></TD><TD width=20 background=images/border/blue01_03.gif height=10></TD></TR><TR><TD background=images/border/blue01_04.gif></TD><TD background=images/border/blue01_05.gif>
<TABLE width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD width="2%"></TD><TD width="97%">หมู่บ้านแห่งการภาวนา
"หมู่บ้านพลัม" เป็นส่วนหนึ่งของวัดในพระพุทธศาสนา ซึ่งได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย "พระภิกษุติช นัท ฮันห์" พระภิกษุชาวเวียดนาม นิกายเซน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเขียนหนังสือธรรมะซึ่งดังระดับโลกหลายเล่ม เช่น "ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ" "เรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง" "ปัจจุบันเป็นเวลาที่ประเสริฐสุด"
หมู่บ้านพลัมตั้งอยู่ในชนบทใกล้กับเมือง บอร์โดซ์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยภายในหมู่บ้านจะประกอบไปด้วยกลุ่มบ้าน และสถานที่ สำหรับปฏิบัติธรรมหลายแห่ง ซึ่งจะมีนักปฏิบัติธรรมจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาฝึกอบรมเป็นจำนวนมาก สำหรับหลักการปฏิบัติธรรมจะเน้น การตระหนักรู้ในแต่ละลมหายใจเข้าออก เพื่อให้ผู้เข้าฝึกปฏิบัติมีสติในการกระทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการฝึกไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้อง ฝึกสมาธิเท่านั้น แต่จะเน้นการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดสติทุกที่ ทุกเวลา โดยใช้การกำหนดรู้ด้วยเสียงระฆัง เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา หรือแม้แต่ เสียงกริ่งโทรศัพท์
ที่มา http://www.thaiplumvillage.org/plum_news_004.html
</TD><TD width="1%"></TD></TR><TR><TD colSpan=3 height=10></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD background=images/border/blue01_06.gif></TD></TR><TR><TD width=20 background=images/border/blue01_07.gif height=20></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>