Kamen rider
06-07-2007, 06:14 PM
http://img183.imageshack.us/img183/6236/leaf0071wo5.jpg
ฝึก สติ ในชีวิตประจำวัน
เสาวณีย์ เกษมวัฒนา
ชีวิตที่เร่งรีบกับสภาวะแวดล้อมที่บีบรัด ทำให้คนในสังคมใฝ่หาแต่การบริโภคสิ่ง
ต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย จนลืมที่จะดูแลจิตใจให้กลับมามีสติอยู่กับปัจจุบัน เพราะ
การมีสติจะช่วยให้เราสัมผัสกับความงดงามของสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น
ธรรมชาติหรือผู้คน ในโอกาสที่พระอาจารย์ชาวเวียดนาม ติช นัท ฮันห์ เดินทางมา
ประเทศไทยในช่วงวันวิสาขบูชาโลก จึงขอนำคำสอนบางส่วนของท่านมาเผยแพร่ เพื่อให้
ทุกคนสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับชีวิตการทำงานและส่วนตัว
ภาวนากับก้อนกรวด
ไม่เพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะเข้าถึงธรรมะได้ วิธีที่พระอาจารย์นัท ฮันห์ สอน
การภาวนากับเด็กๆ คือ ภาวนากับก้อนกรวด เป็นวิธีการง่ายๆ ที่มีความสุข เริ่ม
จากเราควรมีถุงเล็กๆ สำหรับเก็บก้อนกรวด 4 ก้อน เมื่อเราต้องการทำสมาธิภาวนา
ให้หยิบถุงนี้ขึ้นมา และนั่งล้อมกันเป็นวงกลม เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เชิญระฆัง 3
ครั้ง เพื่อเชื้อเชิญให้เรากลับมาสู่บ้านที่แท้จริง
เมื่อเริ่มภาวนา เราหยิบก้อนกรวดก้อนแรกขึ้นมา ประสานไว้บนมือ พร้อมให้ก้อนกรวด
ก้อนนี้เป็นตัวแทนของ ดอกไม้ หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งดอกไม้ หายใจออก ฉันสดชื่น
(ดอกไม้/สดชื่น) การภาวนาเช่นนี้เป็นการฟื้นฟูความสดชื่น แจ่มใส ความเป็นดอกไม้
ในตัวเรา
มนุษย์เองก็เป็นดอกไม้เช่นกัน เราเป็นดอกไม้แห่งมนุษยชาติ เด็กๆ ก็คือดอกไม้
พวกเขามีความสดชื่นอยู่เสมอ เราควรภาวนาดอกไม้อยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยรักษาความ
สดชื่นให้กับเรา และเราจะมีความสามารถหยิบยื่นดอกไม้ให้คนรอบข้างได้
หลังจากภาวนาก้อนกรวดก้อนแรกเสร็จ เราวางก้อนกรวดก้อนนี้ลง พร้อมหยิบก้อนกรวด
ก้อนที่สองขึ้น โดยให้มันเป็นตัวแทนของ ภูเขา คือความมั่นคงในตัวเรา
หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งขุนเขา หายใจออก ฉันมั่นคง (ขุนเขา/มั่นคง)
หากเราปราศจากความมั่นคงหนักแน่นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ เพราะ
เมื่อเราเป็นคนอ่อนไหว เราก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ใครได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย
ฉะนั้นการภาวนาในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก
สำหรับก้อนกรวดก้อนที่สามคือตัวแทนของ น้ำใส เราจะภาวนาว่า หายใจเข้า ฉันเป็น
ดั่งน้ำใส หายใจออก ฉันสะท้อนสิ่งต่างๆ ดั่งที่มันเป็น (น้ำนิ่ง/สะท้อน)
เมื่อเราโกรธ อิจฉาหรืออยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เราไม่สามารถที่จะมองสิ่ง
ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เราอาจมีความคิดเห็นที่ผิดและมีอคติต่อสิ่งนั้น การภาวนา
เช่นนี้ช่วยบ่มเพาะความนิ่ง ใส ชัดเจน ไม่บิดเบือน ให้แก่ตัวเรา
ก้อนกรวดก้อนสุดท้าย เป็นตัวแทนของ ความว่าง หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งความว่าง
หายใจออก ฉันเป็นอิสระ (ความว่าง/อิสระ) ความว่างในที่นี้ หมายถึง พื้นที่ว่าง
ในหัวใจและพื้นที่ว่างรายล้อมเรา เมื่อเรารู้สึกเป็นอิสระ เราจะมีพื้นที่มากมาย
แบ่งปันผู้อื่น เราจะพร้อมที่จะให้พื้นที่กับผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่เรารัก
หลายครั้งความรักของเรามักเป็นกรงขัง ฉะนั้นเมื่อเรารักใครสักคน เราต้องคอยดู
อยู่เสมอว่า เราได้ให้ที่ว่างแก่เขามากพอหรือไม่ อย่าทำให้ความรักของเรากลาย
เป็นกรงขัง วิธีนี้ผู้ใหญ่ก็สามารถนำไปใช้ได้ดีเช่นเดียวกัน
-เมล็ดพันธุ์ในตัวเรา
ในจิตใจของเราซับซ้อน ซึ่งแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 2 ชั้นคือ จิตสำนึก และ จิตใต้
สำนึก จิตสำนึกเป็นดั่งห้องรับแขก จิตใต้สำนึกเป็นดั่งใต้ถุนบ้าน ภายในใต้ถุน
บ้านหรือจิตใต้สำนึกมีเมล็ดพันธุ์ของอารมณ์มากมาย ทั้งในแง่ดีและไม่ดี เติบโต
ผ่านประสบการณ์ การเลี้ยงดู และส่งทอดผ่านบรรพบุรุษ
อารมณ์นั้นเกิดจากการประกอบของจิต หรือ จิตสังขาร จิตใต้สำนึกจะจดจำสิ่งที่เกิด
บนจิตสำนึกได้ เราควรฝึกสติอยู่เสมอเพื่อที่เมล็ดพันธุ์แห่งสติเข้มแข็ง เมื่อ
อารมณ์ในแง่ลบเกิดขึ้น เราก็จะเชื้อเชิญให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติขึ้นมาโอบอุ้ม
เสมือนแม่ที่อุ้มลูก
คนที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติย่อมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และพยายามที่จะกั้นเมล็ด
พันธุ์ที่ไม่พึงพอใจให้ขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก โดยทำสิ่งต่างๆ เช่น หาหนังสือ
พิมพ์มาอ่าน ฟังเพลง ดูโทรทัศน์หรือขับรถไปข้างนอก การบริโภคสิ่งต่างๆ ด้วยความ
ไม่มีสติเช่นนี้ รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความอยาก ความโกรธ ความรุนแรง การบริโภค
เช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจของเราแย่ขึ้นไปอีก
การทำเช่นนี้เป็นการปิดวงจรของจิต ทำให้เกิดความเศร้าซึม โรคจิต หรือโรคทางกาย
สาเหตุที่เราป่วยกาย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเราไม่รู้จักวิธีการดูแลจิตใจของเรา
นี่เอง
ลมหายใจช่วยให้เราสามารถตระหนักรู้ และเอาความปิดกั้นนั้นออก เมื่อเราเกิด
อารมณ์เหล่านั้น เราก็สามารถเชื้อเชิญลมหายใจแห่งสติมาโอบอุ้มความรู้สึกเหล่า
นั้น เมื่อความโกรธได้อาบน้ำแห่งสติ สภาพแห่งจิตใจของเราจะดีขึ้น
พระอาจารย์นัท ฮันห์ แนะนำให้เราฝึกปฏิบัติ เพื่อเป็นการดูแลจิตใต้สำนึกของเรา
ดังต่อไปนี้
1. บริโภคอย่างมีสติ หลีกเลี่ยงการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี
2. สร้างพลังแห่งสติให้เข้มแข็ง ด้วยการอุทิศเวลาให้กับการฝึกปฏิบัติ
เช่น รับประทานอาหารอย่างมีสติ เดินอย่างมีสติ เป็นต้น
3. ไม่เก็บกดอารมณ์ของเรา
4. อนุญาตให้อารมณ์ของเราขึ้นมา พร้อมโอบรับด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งสติ
5. รดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดีๆ เช่น การฟังบรรยายธรรม บริโภคและสัมผัสสิ่งที่
ดีงาม
-เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์
วิธีเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ หรือ Beginning Anew คือ วิธีการดูแลรักษา และ
สมานความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
การเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ คือ วิถีทางในการดูแลความรู้สึกของกันและกัน
ด้วยการมองและรับฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยสายตาแห่งสติและความรัก
การเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นด้วยการหว่านวาจาแห่งรัก รดน้ำดอกไม้แห่งการชื่นชมจาก
ใจจริง บอกเล่าความทุกข์ในใจ แบ่งปันความเจ็บปวดและขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
เราจะร่วมเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน การเริ่มต้นใหม่ ในความสัมพันธ์ในครอบครัว
หมู่เพื่อน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัวเราเอง
-วิธีจัดการความโกรธ
เมื่อเราโกรธใครคนหนึ่ง สิ่งที่พระอาจารย์นัท ฮันห์ ได้แนะนำคือ การกลับมาตามล
มหายใจ เชื้อเชิญพลังแห่งสติขึ้นมาโอบอุ้มแห่งความโกรธ เมื่อเราสงบขึ้น ขอให้
เราพยายามสื่อสารกับคนที่เราโกรธด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยสันติ พระอาจารย์นัท
ฮันห์ ได้แนะนำสามประโยคหลักในการประสานความรู้สึกและความสัมพันธ์ ดังต่อไปนี้
1. ที่รักฉันกำลังโกรธ ฉันอยากให้เธอรู้ (Daring Im angry. I suffer I
want you to know it.)
2. ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว (I am doing my best)
3. กรุณาช่วยฉันด้วย และกรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก (Please help me!)
การทำเช่นนี้เป็นการบอกให้คนทั้งคู่ ทั้งผู้ที่โกรธและทำให้โกรธ ได้มองอย่างลึก
ซึ้งในตัวเองและอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะมองอย่างลึกซึ้งว่าได้ทำอะไรกับอีกฝ่ายและ
พยายามปรับปรุงพฤติกรรม การสื่อสารเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เราควรบ่ม
เพาะวาจาแห่งรักและฟังกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อดูแลความสัมพันธ์ต่อไป ทั้งนี้หาก
เราไม่กล้าจะเอ่ยวาจา ก็สามารถใช้วิธีเขียนใส่กระดาษหรือบอกผ่านอีเมลก็ย่อมได้
แต่ทั้งหมดควรทำภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าอย่าโกรธนานจนข้ามวัน
-ฝึกสติ 5 ประการ
ข้อฝึกอบรมสติ 5 ประการ หรือ ศีล 5 ประการ ที่เรารู้จักกันดี ท่านติช นัท ฮันห์
ได้นำมาตีความใหม่ ให้มีเนื้อหาร่วมสมัย เข้ากับสภาวการณ์สังคมปัจจุบัน โดยมี
มิติที่กว้าง ลึก ตระหนักรู้และเอาใจใส่ในทุกการกระทำของชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นข้อฝึกอบรมสติข้อ 1 ที่ไม่เพียงแต่ห้ามการทำลายชีวิต แต่ยังหมายถึง
การปกป้องชีวิตและธรรมชาติ
ข้อ 2 ซึ่งคือการไม่ลักทรัพย์ ท่านได้หมายรวมไปถึงการตระหนักรู้ถึงความ
อยุติธรรมทางสังคม และจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปัน
ข้อ 3 ไม่ประพฤติผิดในกาม ที่เน้นย้ำความซื่อสัตย์และเคารพในพันธะสัญญาของคู่
สมรส การไม่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
ข้อ 4 คือการตั้งมั่นที่จะพูดความจริง ไม่พูดเท็จ และยังรวมถึงการบ่มเพาะนิสัย
การพูดถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความสุข และความหวัง
สำหรับข้อสุดท้ายที่เป็นข้อห้ามการดื่มสุราและอบายมุข ท่านได้ขยายหมุดหมายไปถึง
การละเว้น การบริโภค ทุกประเภทที่ไม่ถนอมร่างกายและจิตวิญญาณ ท่านติช นัท
ฮันห์ ยังหมายถึง การผลิตและบริโภคข้อมูลข่าวสาร หรือสื่อบางประเภทที่ทำร้าย
ทำลายจิตสำนึกที่ดีด้วย
ข้อฝึกอบรมสติ 5 ประการ จึงไม่ใช่ ข้อห้าม แต่คือการตระหนักรู้และเอาใจใส่ต่อ
การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
การฝึกสติไม่ได้เพียงแค่ช่วยจิตใจสงบและหยุดนิ่งด้วยความตระหนักรู้ แต่ยังส่งผล
ให้ร่างกายและสมองของมนุษย์เราเบิกบาน สามารถมองอะไรได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งคนที่
ฝึกอบรมสติจะสามารถทำงานได้ดี และตัดสินใจได้ดีด้วยเช่นกัน
http://www.baanmuslimah.com/dbpic/03j22_1.jpg
ฝึก สติ ในชีวิตประจำวัน
เสาวณีย์ เกษมวัฒนา
ชีวิตที่เร่งรีบกับสภาวะแวดล้อมที่บีบรัด ทำให้คนในสังคมใฝ่หาแต่การบริโภคสิ่ง
ต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย จนลืมที่จะดูแลจิตใจให้กลับมามีสติอยู่กับปัจจุบัน เพราะ
การมีสติจะช่วยให้เราสัมผัสกับความงดงามของสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น
ธรรมชาติหรือผู้คน ในโอกาสที่พระอาจารย์ชาวเวียดนาม ติช นัท ฮันห์ เดินทางมา
ประเทศไทยในช่วงวันวิสาขบูชาโลก จึงขอนำคำสอนบางส่วนของท่านมาเผยแพร่ เพื่อให้
ทุกคนสามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับชีวิตการทำงานและส่วนตัว
ภาวนากับก้อนกรวด
ไม่เพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะเข้าถึงธรรมะได้ วิธีที่พระอาจารย์นัท ฮันห์ สอน
การภาวนากับเด็กๆ คือ ภาวนากับก้อนกรวด เป็นวิธีการง่ายๆ ที่มีความสุข เริ่ม
จากเราควรมีถุงเล็กๆ สำหรับเก็บก้อนกรวด 4 ก้อน เมื่อเราต้องการทำสมาธิภาวนา
ให้หยิบถุงนี้ขึ้นมา และนั่งล้อมกันเป็นวงกลม เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เชิญระฆัง 3
ครั้ง เพื่อเชื้อเชิญให้เรากลับมาสู่บ้านที่แท้จริง
เมื่อเริ่มภาวนา เราหยิบก้อนกรวดก้อนแรกขึ้นมา ประสานไว้บนมือ พร้อมให้ก้อนกรวด
ก้อนนี้เป็นตัวแทนของ ดอกไม้ หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งดอกไม้ หายใจออก ฉันสดชื่น
(ดอกไม้/สดชื่น) การภาวนาเช่นนี้เป็นการฟื้นฟูความสดชื่น แจ่มใส ความเป็นดอกไม้
ในตัวเรา
มนุษย์เองก็เป็นดอกไม้เช่นกัน เราเป็นดอกไม้แห่งมนุษยชาติ เด็กๆ ก็คือดอกไม้
พวกเขามีความสดชื่นอยู่เสมอ เราควรภาวนาดอกไม้อยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยรักษาความ
สดชื่นให้กับเรา และเราจะมีความสามารถหยิบยื่นดอกไม้ให้คนรอบข้างได้
หลังจากภาวนาก้อนกรวดก้อนแรกเสร็จ เราวางก้อนกรวดก้อนนี้ลง พร้อมหยิบก้อนกรวด
ก้อนที่สองขึ้น โดยให้มันเป็นตัวแทนของ ภูเขา คือความมั่นคงในตัวเรา
หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งขุนเขา หายใจออก ฉันมั่นคง (ขุนเขา/มั่นคง)
หากเราปราศจากความมั่นคงหนักแน่นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ เพราะ
เมื่อเราเป็นคนอ่อนไหว เราก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ใครได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย
ฉะนั้นการภาวนาในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก
สำหรับก้อนกรวดก้อนที่สามคือตัวแทนของ น้ำใส เราจะภาวนาว่า หายใจเข้า ฉันเป็น
ดั่งน้ำใส หายใจออก ฉันสะท้อนสิ่งต่างๆ ดั่งที่มันเป็น (น้ำนิ่ง/สะท้อน)
เมื่อเราโกรธ อิจฉาหรืออยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เราไม่สามารถที่จะมองสิ่ง
ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เราอาจมีความคิดเห็นที่ผิดและมีอคติต่อสิ่งนั้น การภาวนา
เช่นนี้ช่วยบ่มเพาะความนิ่ง ใส ชัดเจน ไม่บิดเบือน ให้แก่ตัวเรา
ก้อนกรวดก้อนสุดท้าย เป็นตัวแทนของ ความว่าง หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งความว่าง
หายใจออก ฉันเป็นอิสระ (ความว่าง/อิสระ) ความว่างในที่นี้ หมายถึง พื้นที่ว่าง
ในหัวใจและพื้นที่ว่างรายล้อมเรา เมื่อเรารู้สึกเป็นอิสระ เราจะมีพื้นที่มากมาย
แบ่งปันผู้อื่น เราจะพร้อมที่จะให้พื้นที่กับผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่เรารัก
หลายครั้งความรักของเรามักเป็นกรงขัง ฉะนั้นเมื่อเรารักใครสักคน เราต้องคอยดู
อยู่เสมอว่า เราได้ให้ที่ว่างแก่เขามากพอหรือไม่ อย่าทำให้ความรักของเรากลาย
เป็นกรงขัง วิธีนี้ผู้ใหญ่ก็สามารถนำไปใช้ได้ดีเช่นเดียวกัน
-เมล็ดพันธุ์ในตัวเรา
ในจิตใจของเราซับซ้อน ซึ่งแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 2 ชั้นคือ จิตสำนึก และ จิตใต้
สำนึก จิตสำนึกเป็นดั่งห้องรับแขก จิตใต้สำนึกเป็นดั่งใต้ถุนบ้าน ภายในใต้ถุน
บ้านหรือจิตใต้สำนึกมีเมล็ดพันธุ์ของอารมณ์มากมาย ทั้งในแง่ดีและไม่ดี เติบโต
ผ่านประสบการณ์ การเลี้ยงดู และส่งทอดผ่านบรรพบุรุษ
อารมณ์นั้นเกิดจากการประกอบของจิต หรือ จิตสังขาร จิตใต้สำนึกจะจดจำสิ่งที่เกิด
บนจิตสำนึกได้ เราควรฝึกสติอยู่เสมอเพื่อที่เมล็ดพันธุ์แห่งสติเข้มแข็ง เมื่อ
อารมณ์ในแง่ลบเกิดขึ้น เราก็จะเชื้อเชิญให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติขึ้นมาโอบอุ้ม
เสมือนแม่ที่อุ้มลูก
คนที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติย่อมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และพยายามที่จะกั้นเมล็ด
พันธุ์ที่ไม่พึงพอใจให้ขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก โดยทำสิ่งต่างๆ เช่น หาหนังสือ
พิมพ์มาอ่าน ฟังเพลง ดูโทรทัศน์หรือขับรถไปข้างนอก การบริโภคสิ่งต่างๆ ด้วยความ
ไม่มีสติเช่นนี้ รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความอยาก ความโกรธ ความรุนแรง การบริโภค
เช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจของเราแย่ขึ้นไปอีก
การทำเช่นนี้เป็นการปิดวงจรของจิต ทำให้เกิดความเศร้าซึม โรคจิต หรือโรคทางกาย
สาเหตุที่เราป่วยกาย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเราไม่รู้จักวิธีการดูแลจิตใจของเรา
นี่เอง
ลมหายใจช่วยให้เราสามารถตระหนักรู้ และเอาความปิดกั้นนั้นออก เมื่อเราเกิด
อารมณ์เหล่านั้น เราก็สามารถเชื้อเชิญลมหายใจแห่งสติมาโอบอุ้มความรู้สึกเหล่า
นั้น เมื่อความโกรธได้อาบน้ำแห่งสติ สภาพแห่งจิตใจของเราจะดีขึ้น
พระอาจารย์นัท ฮันห์ แนะนำให้เราฝึกปฏิบัติ เพื่อเป็นการดูแลจิตใต้สำนึกของเรา
ดังต่อไปนี้
1. บริโภคอย่างมีสติ หลีกเลี่ยงการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี
2. สร้างพลังแห่งสติให้เข้มแข็ง ด้วยการอุทิศเวลาให้กับการฝึกปฏิบัติ
เช่น รับประทานอาหารอย่างมีสติ เดินอย่างมีสติ เป็นต้น
3. ไม่เก็บกดอารมณ์ของเรา
4. อนุญาตให้อารมณ์ของเราขึ้นมา พร้อมโอบรับด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งสติ
5. รดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดีๆ เช่น การฟังบรรยายธรรม บริโภคและสัมผัสสิ่งที่
ดีงาม
-เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์
วิธีเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ หรือ Beginning Anew คือ วิธีการดูแลรักษา และ
สมานความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
การเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ คือ วิถีทางในการดูแลความรู้สึกของกันและกัน
ด้วยการมองและรับฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยสายตาแห่งสติและความรัก
การเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นด้วยการหว่านวาจาแห่งรัก รดน้ำดอกไม้แห่งการชื่นชมจาก
ใจจริง บอกเล่าความทุกข์ในใจ แบ่งปันความเจ็บปวดและขอความช่วยเหลือจากเพื่อน
การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง
เราจะร่วมเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน การเริ่มต้นใหม่ ในความสัมพันธ์ในครอบครัว
หมู่เพื่อน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัวเราเอง
-วิธีจัดการความโกรธ
เมื่อเราโกรธใครคนหนึ่ง สิ่งที่พระอาจารย์นัท ฮันห์ ได้แนะนำคือ การกลับมาตามล
มหายใจ เชื้อเชิญพลังแห่งสติขึ้นมาโอบอุ้มแห่งความโกรธ เมื่อเราสงบขึ้น ขอให้
เราพยายามสื่อสารกับคนที่เราโกรธด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยสันติ พระอาจารย์นัท
ฮันห์ ได้แนะนำสามประโยคหลักในการประสานความรู้สึกและความสัมพันธ์ ดังต่อไปนี้
1. ที่รักฉันกำลังโกรธ ฉันอยากให้เธอรู้ (Daring Im angry. I suffer I
want you to know it.)
2. ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว (I am doing my best)
3. กรุณาช่วยฉันด้วย และกรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก (Please help me!)
การทำเช่นนี้เป็นการบอกให้คนทั้งคู่ ทั้งผู้ที่โกรธและทำให้โกรธ ได้มองอย่างลึก
ซึ้งในตัวเองและอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะมองอย่างลึกซึ้งว่าได้ทำอะไรกับอีกฝ่ายและ
พยายามปรับปรุงพฤติกรรม การสื่อสารเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เราควรบ่ม
เพาะวาจาแห่งรักและฟังกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อดูแลความสัมพันธ์ต่อไป ทั้งนี้หาก
เราไม่กล้าจะเอ่ยวาจา ก็สามารถใช้วิธีเขียนใส่กระดาษหรือบอกผ่านอีเมลก็ย่อมได้
แต่ทั้งหมดควรทำภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าอย่าโกรธนานจนข้ามวัน
-ฝึกสติ 5 ประการ
ข้อฝึกอบรมสติ 5 ประการ หรือ ศีล 5 ประการ ที่เรารู้จักกันดี ท่านติช นัท ฮันห์
ได้นำมาตีความใหม่ ให้มีเนื้อหาร่วมสมัย เข้ากับสภาวการณ์สังคมปัจจุบัน โดยมี
มิติที่กว้าง ลึก ตระหนักรู้และเอาใจใส่ในทุกการกระทำของชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นข้อฝึกอบรมสติข้อ 1 ที่ไม่เพียงแต่ห้ามการทำลายชีวิต แต่ยังหมายถึง
การปกป้องชีวิตและธรรมชาติ
ข้อ 2 ซึ่งคือการไม่ลักทรัพย์ ท่านได้หมายรวมไปถึงการตระหนักรู้ถึงความ
อยุติธรรมทางสังคม และจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปัน
ข้อ 3 ไม่ประพฤติผิดในกาม ที่เน้นย้ำความซื่อสัตย์และเคารพในพันธะสัญญาของคู่
สมรส การไม่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
ข้อ 4 คือการตั้งมั่นที่จะพูดความจริง ไม่พูดเท็จ และยังรวมถึงการบ่มเพาะนิสัย
การพูดถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความสุข และความหวัง
สำหรับข้อสุดท้ายที่เป็นข้อห้ามการดื่มสุราและอบายมุข ท่านได้ขยายหมุดหมายไปถึง
การละเว้น การบริโภค ทุกประเภทที่ไม่ถนอมร่างกายและจิตวิญญาณ ท่านติช นัท
ฮันห์ ยังหมายถึง การผลิตและบริโภคข้อมูลข่าวสาร หรือสื่อบางประเภทที่ทำร้าย
ทำลายจิตสำนึกที่ดีด้วย
ข้อฝึกอบรมสติ 5 ประการ จึงไม่ใช่ ข้อห้าม แต่คือการตระหนักรู้และเอาใจใส่ต่อ
การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
การฝึกสติไม่ได้เพียงแค่ช่วยจิตใจสงบและหยุดนิ่งด้วยความตระหนักรู้ แต่ยังส่งผล
ให้ร่างกายและสมองของมนุษย์เราเบิกบาน สามารถมองอะไรได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งคนที่
ฝึกอบรมสติจะสามารถทำงานได้ดี และตัดสินใจได้ดีด้วยเช่นกัน
http://www.baanmuslimah.com/dbpic/03j22_1.jpg