PDA

View Full Version : ประทีปส่องธรรม : การเจริญสติในชีวิตประจำวัน


มดเอ๊ก
05-31-2007, 02:04 PM
http://www.essencesonline.com/SA_WhiteGeranB.jpg

ตอนที่ 025

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน

3. การเจริญสติในชีวิตประจำวัน
เมื่อจิตมีสัมมาสมาธิ หรือมีความตั้งมั่น หรือมีความรู้สึกตัวแล้ว ผู้ปฏิบัติพึงน้อมจิตไปเพื่อให้เกิดปัญญาด้วยการเจริญสติในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีหลักปฏิบัติที่ง่ายๆ ดังนี้คือ

3.1 รู้อารมณ์กรรมฐานที่ถูกต้อง อารมณ์ของวิปัสสนาคือ รูปนาม/กายใจ ดังนั้นสิ่งที่ผู้เจริญสติในชีวิตประจำวันจะต้องมีสติคอยระลึกรู้เนืองๆ ก็คือรูปนามหรือกายกับใจของตนเอง

3.2 รู้วิธีการตามรู้กายและตามรู้ใจที่ถูกต้อง มีวิธีการดังนี้

3.2.1 ผู้ปฏิบัติต้องมีความรู้สึกตัว เพราะการตามรู้กายหรือใจจะทำไม่ได้ถ้าผู้ปฏิบัติไม่รู้สึกตัว เช่น (1) ขาดสติลืมเนื้อลืมตัวลืมกายลืมใจ (2) หลงไปในความคิด ลืมตามรู้กายหรือใจ และ (3) เพ่ง กายเพ่งใจ เพื่อคอยดักดูว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นทางกายหรือทางใจบ้าง

3.2.2 วิธีการตามรู้กายมีหลักปฏิบัติง่ายๆ คือ "ให้มีความรู้สึกตัว และหากกายมีอาการอย่างไร ก็รู้ว่ากายมีอาการอย่างนั้น" เช่น กายอยู่ในอาการยืน ก็รู้สบายๆ ถึงอาการของรูปยืน (ไม่ต้องช่วยคิดว่านี่เป็นรูปยืน ไม่ใช่เรายืน แต่ทำแค่มนสิการหรือรู้สึกสบายๆ ถึงรูปยืน แม้การรู้รูปนามอื่นๆ ก็เพียงมนสิการถึงรูปนามนั้นๆ ไม่ต้องคิดว่านี่รูปนี่นามแต่อย่างใด) หรือกายคู้กายเหยียด เหลียวซ้ายแลขวา ก็รู้สบายๆ ว่ากายมีอาการอย่างนั้นๆ ทั้งนี้ไม่ต้องตามพากย์หรือคิดบรรยายว่ารูปกำลังมีอาการอย่างนั้นอย่างนี้ ขอเพียงมีความรู้สึกตัว ไม่ลืมตัว ไม่เอาแต่คิด หรือไม่เอาแต่เพ่งกาย กายนั้นย่อมแสดงความเป็นจริงที่เขาเป็นเพียงรูป ไม่ใช่ตัวเรา ออกมาให้เห็นได้ไม่ยากเลย

3.2.3 วิธีการตามรู้ใจมีหลักปฏิบัติง่ายๆ คือ "ให้มีความรู้สึกตัว และหากจิตมีอารมณ์หรือมีอาการอย่างไร ก็รู้ว่าจิตมีอารมณ์หรือมีอาการอย่างนั้น" เช่นจิตรู้สึกหรือมีอารมณ์เป็นสุขก็รู้ว่าจิตสุข (ไม่ต้องช่วยคิดว่านี่เป็นนามสุข ไม่ใช่เราสุข) จิตเป็นทุกข์ก็รู้ว่าจิตทุกข์ จิตเฉยๆ ก็รู้ว่าจิตเฉยๆ จิตโลภก็รู้ว่าจิตโลภ จิตโกรธก็รู้ว่าจิตโกรธ จิตหลงก็รู้ว่าจิตหลง จิตฟุ้งซ่านก็รู้ว่าจิตฟุ้งซ่าน จิตหดหู่ก็รู้ว่าจิตหดหู่ ฯลฯ หรือจิตมีอาการรู้สึกตัวอยู่ก็รู้ว่าจิตรู้สึกตัวอยู่ จิตสักว่ารู้อารมณ์ก็รู้ว่าจิตสักว่า รู้อารมณ์อยู่ หรือจิตหลงอารมณ์ก็รู้ว่าจิตหลงอารมณ์อยู่ (เช่นจิตหลงไป (ดูรูป) ทางตาก็รู้ว่าจิตหลงดู จิตหลงไป (ฟังเสียง) ทางหูก็รู้ว่าจิตหลงฟัง จิตหลงไปทางใจก็รู้อาการตรงตามความเป็นจริงว่าจิตหลงไปทำอะไร เช่นหลงใจลอย หลงคิด หลงตั้งท่าปฏิบัติ หลงแสวงหาอารมณ์ หลงเพ่งอารมณ์ และหลงแก้ไขอารมณ์ เป็นต้น) ทั้งนี้ไม่ต้องตามพากย์หรือคิดบรรยายว่าจิตกำลังมีอารมณ์หรืออาการอย่างนั้นอย่างนี้ ขอเพียงมีความรู้สึกตัว ไม่ลืมตัว ไม่เอาแต่คิด หรือไม่เอาแต่เพ่งจิตหรืออารมณ์ที่จิตไปรู้เข้า จิตและความรู้สึกทั้งหลายในจิตย่อมแสดงความเป็นจริงที่เขาเป็นเพียงนาม ไม่ใช่ตัวเรา ออกมาให้เห็นได้

หากจับหลักปฏิบัติได้เท่านี้ก็เจริญสติในชีวิตประจำวันได้แล้ว คือให้หมั่นมีความรู้สึกตัว แล้วตามรู้อาการทางกายและทางใจเรื่อยๆ ไปแบบไม่หวังผล เช่นกายไหวก็รู้กาย จิตไหวก็รู้จิต เป็นต้น


:SMLX_018: http://www.manager.co.th/Dhamma/ViewNews.aspx?NewsID=9470000027980