บัวชมพู
09-28-2005, 09:22 PM
<HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message -->
<TABLE width="100%"><TBODY><TR><TD class=main>http://www.st.ac.th/thaidepart/klon_vote/images/1077277893.jpg
ความตั้งใจของ อาจารย์ศุภลักษณ์ เชตตรีฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์ยูเรเนียน สากลและโหราศาสตร์ไทยชั้นสูง(http://www.astrouranian.com/ (http://www.astrouranian.com/)) คือพยายามผลักดันให้เกิดการรวมตัวของนักโหราศาสตร์และผู้มีใจรักในด้านการพยากรณ์ โดยไม่แบ่งแยกศาสตร์หรือแยกค่ายสมาคมใดๆ จึงได้กำหนดเอาวันที่ 4 สิงหาคมให้เป็นวันที่ชาวนักโหราศาสตร์มาสังสรรค์เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันเป็นจุดเริ่มของวันนักโหราศาสตร์ ซึ่งจะจัดต่อเนื่องกันไปทุกปี
และได้บอกกล่าวไว้แล้วว่า จะนำแง่คิดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์จากงานนี้มาเล่าให้คุณผู้อ่านที่สนใจหรือผู้ที่กำลังศึกษาโหราศาสตร์ได้รับทราบ ส่วนเรื่องใดที่เป็นวิชาการเฉพาะด้านที่มีความลึกซึ้งเกินไปก็คงจะเว้นไว้ไม่กล่าวถึง
ประเด็นหนึ่งที่อาจารย์ศุภลักษณ์ ได้กล่าวไว้ในการบรรยายเรื่องความแตกต่างและความเหมือนในโหราศาสตร์ไทย ยูเรเนียน และโหราศาสตร์สากลสมัยใหม่ ก็คือเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ว่า การแก้เคราะห์หรือการสะเดาะเคราะห์จะต้องกระทำให้ถูกวิธี ด้วยการแก้ไขตามดวงดาว การสะเดาะเคราะห์จะแก้กรรมด้วยการใช้เงินไม่ได้ แต่คนเราสามารถแก้กรรมได้ด้วยพฤติกรรมของตนเอง
ถ้าแก้กรรมให้หมดสิ้นด้วยเงินทองได้แล้ว อย่างนั้นคนรวยก็สบาย คนรวยก็ไม่มีเคราะห์กันหมดแล้ว เพราะใช้เงินไปแก้กรรมได้
ดวงเป็นกรรมเก่า...ดวงดาวในดวงชะตาบ่งบอกให้รู้ถึงกรรมต่างๆ เมื่อดาวโคจรมาสัมพันธ์กัน กรรมก็เกิด ดังคำถามที่อาจารย์ศุภลักษณ์ฝากไว้ให้คิดว่า...ดวงชะตาบังคับชีวิตคนเราได้แค่ไหน
เรายอมให้ดวงชะตากำหนดวิถีแห่งชีวิตของเรา...เพียงแค่ชั่วขณะ เศษเสี้ยวชีวิต ค่อนชีวิต หรือตลอดทั้งชีวิต !!!
คนเราสามารถแก้กรรมได้ด้วยพฤติกรรมของตนเองได้ก็ด้วยความตั้งใจจริง ซึ่งมีความสำคัญมาก และความตั้งใจอย่างแรงกล้านี้แม้แต่พระเจ้าก็บังคับเราไม่ได้
ได้ฟังอาจารย์ศุภลักษณ์มาถึงตรงนี้ ก็หวนนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน ถอดความเป็นภาษาไทยโดย " มิสโจ " หรือคุณเจือจันทน์ อัชพรรณ ซึ่งใช้ภาษาได้งดงามจับใจ คุณผู้อ่านคงหาหนังสือเล่มนี้ได้ไม่ยากนัก เพราะมีพิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทานทั่วไป ผู้เขียนได้อ่านครั้งแรกเมื่อสมัยเรียนมัธยมก็รู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งนั้น และผู้ที่เคยได้อ่านหนังสือเล่มนี้คงประทับใจเช่นกัน
ต้นฉบับเดิมของหนังสือนี้เป็นภาษาจีนโบราณสมัยราชวงค์หมิง ท่านผู้ประพันธ์มีนามว่า เหลี่ยวฝาน เขียนหนังสือเล่มนี้เมื่ออายุ 69 ปี นับจากวันนั้นถึงปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ก็มีอายุราว 451 ปีแล้วแต่ยังนำมาประยุกต์ใช้และเป็นข้อเตือนใจได้ดี ท่านเหลี่ยวฝานเขียนเรื่องนี้ไว้สอนบุตรชายของท่าน โดยในวัยหนุ่มท่านเหลี่ยวฝานได้รับทราบคำทำนายว่าตนเองจะสิ้นชีวิตเมื่ออายุ 53 ปี .... โชคดีที่ท่านได้พบกับท่านอวิ๋นกุเถระ พระเถระผู้ทรงคุณวิเศษที่สอนให้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง และพัฒนาตนเองตามวิธีของพระพุทธองค์ ปฏิบัติตนให้ดีงามด้วยศีล สมาธิ ปัญญา และด้วยการตั้งปณิธานที่แท้จริงในการทำความดี ส่งผลให้ท่านได้รับผลดีนั้น และท่านเหลี่ยวฝานถึงแก่อนิจกรรมเมื่ออายุ 74 ปี ซึ่งห่างจากคำทำนายถึง 21 ปี
" ท่านอวิ๋นกุเถระกล่าวว่า ชาตาชีวิตนั้นเป็นสิ่งไม่แน่นอน อนาคตเราต้องสร้างของเราเอง คนทำดี ชาตาก็ดี คนทำชั่ว ชาตาก็ชั่ว เมื่อต้องการอนาคตดีก็ต้องทำดี ถ้าทำแต่ความไม่ดี แม้ชาตาจะดี ก็กลายเป็นร้ายไปได้..."
...พลังแห่งกุศลกรรมนั้นใหญ่หลวงนัก สามารถพลิกความคาดหมายของโหราศาสตร์ได้ คนจนก็กลายเป็นคนรวยได้ คนอายุสั้นก็กลายเป็นอายุยืนได้ ในทำนองเดียวกัน คนที่สร้างอกุศลกรรมอย่างหนักไว้ ชาตาชีวิตก็ไม่สามารถผูกมัดเขาไว้ได้เช่นกัน แม้จะถูกลิขิตมาว่าจะได้ดีมีสุขอย่างไร แต่พลังแห่งอกุศลกรรมนั้นหนักนัก ย่อมสามารถเปลี่ยนความสุขเป็นความทุกข์ ความมีลาภยศกลายเป็นหมดลาภยศ ความอายุยืนก็กลายเป็นอายุสั้นได้เช่นกัน...
...โชคชาตาที่ฟ้าดินลิขิตมา มนุษย์ยังพอหลีกเลี่ยงได้บ้าง แต่เคราะห์กรรมที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เองก็จะหนีไม่พ้นเลย...
...คัมภีร์โบราณชื่อว่า เอ้กเก้ง ก็ได้เน้นถึงความดีความชั่วไว้อย่างละเอียดลออ สอนคนดีให้รู้จักหลบหลีกจากกรรมชั่วสั่งสมแต่กรรมดี เพื่อจักได้ผลดีตอบแทน หากว่าลิขิตของชาตาชีวิตเป็นสิ่งแน่นอนแล้วไซร้ จักหลีกเลี่ยงกรรมชั่วสั่งสมกรรมดีได้อย่างไร
ในหน้าแรกของคัมภีร์ก็กล่าวไว้ว่า ครอบครัวใดสั่งสมแต่ความดีงาม ไม่เพียงแต่หัวหน้าครอบครัวเท่านั้นที่จะได้เสวยผลแห่งความดีนั้น แม้แต่ลูกหลานเหลนโหลนก็พลอยได้เสวยผลแห่งกรรมดีนั้นด้วย วิเคราะห์ดูให้ดีแล้วจะเห็นว่าชาตาชีวิตไม่สามารถควบคุมมนุษย์ไว้ได้เสมอไป จิตใจมนุษย์สำคัญกว่า จิตใจที่ดีงาม ย่อมกระทำแต่สิ่งที่ดีงาม และได้รับผลที่ดีงาม ผู้มีจิตใจทราม ย่อมกระทำแต่สิ่งที่เลวทราม และได้ผลที่ทราม...
ปณิธานของท่านเหลี่ยวฝานที่ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้ชะตากรรม เป็นเรื่องตรงกับประเด็นที่อาจารย์ศุภลักษณ์ได้กล่าวไว้ก็คือ
" การฝืนดวงหรือการแก้กรรมด้วยพฤติกรรม อันมีจุดใหญ่อยู่ที่ความตั้งใจอย่างแน่วแน่แท้จริงนั่นเอง "
</TD></TR></TBODY></TABLE>
โดย คุณปารมีศ์ ศิวะ คอลัมน์ศาสตร์แห่งดาว หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
<TABLE width="100%"><TBODY><TR><TD class=main>http://www.st.ac.th/thaidepart/klon_vote/images/1077277893.jpg
ความตั้งใจของ อาจารย์ศุภลักษณ์ เชตตรีฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์ยูเรเนียน สากลและโหราศาสตร์ไทยชั้นสูง(http://www.astrouranian.com/ (http://www.astrouranian.com/)) คือพยายามผลักดันให้เกิดการรวมตัวของนักโหราศาสตร์และผู้มีใจรักในด้านการพยากรณ์ โดยไม่แบ่งแยกศาสตร์หรือแยกค่ายสมาคมใดๆ จึงได้กำหนดเอาวันที่ 4 สิงหาคมให้เป็นวันที่ชาวนักโหราศาสตร์มาสังสรรค์เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อันเป็นจุดเริ่มของวันนักโหราศาสตร์ ซึ่งจะจัดต่อเนื่องกันไปทุกปี
และได้บอกกล่าวไว้แล้วว่า จะนำแง่คิดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์จากงานนี้มาเล่าให้คุณผู้อ่านที่สนใจหรือผู้ที่กำลังศึกษาโหราศาสตร์ได้รับทราบ ส่วนเรื่องใดที่เป็นวิชาการเฉพาะด้านที่มีความลึกซึ้งเกินไปก็คงจะเว้นไว้ไม่กล่าวถึง
ประเด็นหนึ่งที่อาจารย์ศุภลักษณ์ ได้กล่าวไว้ในการบรรยายเรื่องความแตกต่างและความเหมือนในโหราศาสตร์ไทย ยูเรเนียน และโหราศาสตร์สากลสมัยใหม่ ก็คือเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ว่า การแก้เคราะห์หรือการสะเดาะเคราะห์จะต้องกระทำให้ถูกวิธี ด้วยการแก้ไขตามดวงดาว การสะเดาะเคราะห์จะแก้กรรมด้วยการใช้เงินไม่ได้ แต่คนเราสามารถแก้กรรมได้ด้วยพฤติกรรมของตนเอง
ถ้าแก้กรรมให้หมดสิ้นด้วยเงินทองได้แล้ว อย่างนั้นคนรวยก็สบาย คนรวยก็ไม่มีเคราะห์กันหมดแล้ว เพราะใช้เงินไปแก้กรรมได้
ดวงเป็นกรรมเก่า...ดวงดาวในดวงชะตาบ่งบอกให้รู้ถึงกรรมต่างๆ เมื่อดาวโคจรมาสัมพันธ์กัน กรรมก็เกิด ดังคำถามที่อาจารย์ศุภลักษณ์ฝากไว้ให้คิดว่า...ดวงชะตาบังคับชีวิตคนเราได้แค่ไหน
เรายอมให้ดวงชะตากำหนดวิถีแห่งชีวิตของเรา...เพียงแค่ชั่วขณะ เศษเสี้ยวชีวิต ค่อนชีวิต หรือตลอดทั้งชีวิต !!!
คนเราสามารถแก้กรรมได้ด้วยพฤติกรรมของตนเองได้ก็ด้วยความตั้งใจจริง ซึ่งมีความสำคัญมาก และความตั้งใจอย่างแรงกล้านี้แม้แต่พระเจ้าก็บังคับเราไม่ได้
ได้ฟังอาจารย์ศุภลักษณ์มาถึงตรงนี้ ก็หวนนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน ถอดความเป็นภาษาไทยโดย " มิสโจ " หรือคุณเจือจันทน์ อัชพรรณ ซึ่งใช้ภาษาได้งดงามจับใจ คุณผู้อ่านคงหาหนังสือเล่มนี้ได้ไม่ยากนัก เพราะมีพิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทานทั่วไป ผู้เขียนได้อ่านครั้งแรกเมื่อสมัยเรียนมัธยมก็รู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งนั้น และผู้ที่เคยได้อ่านหนังสือเล่มนี้คงประทับใจเช่นกัน
ต้นฉบับเดิมของหนังสือนี้เป็นภาษาจีนโบราณสมัยราชวงค์หมิง ท่านผู้ประพันธ์มีนามว่า เหลี่ยวฝาน เขียนหนังสือเล่มนี้เมื่ออายุ 69 ปี นับจากวันนั้นถึงปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ก็มีอายุราว 451 ปีแล้วแต่ยังนำมาประยุกต์ใช้และเป็นข้อเตือนใจได้ดี ท่านเหลี่ยวฝานเขียนเรื่องนี้ไว้สอนบุตรชายของท่าน โดยในวัยหนุ่มท่านเหลี่ยวฝานได้รับทราบคำทำนายว่าตนเองจะสิ้นชีวิตเมื่ออายุ 53 ปี .... โชคดีที่ท่านได้พบกับท่านอวิ๋นกุเถระ พระเถระผู้ทรงคุณวิเศษที่สอนให้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง และพัฒนาตนเองตามวิธีของพระพุทธองค์ ปฏิบัติตนให้ดีงามด้วยศีล สมาธิ ปัญญา และด้วยการตั้งปณิธานที่แท้จริงในการทำความดี ส่งผลให้ท่านได้รับผลดีนั้น และท่านเหลี่ยวฝานถึงแก่อนิจกรรมเมื่ออายุ 74 ปี ซึ่งห่างจากคำทำนายถึง 21 ปี
" ท่านอวิ๋นกุเถระกล่าวว่า ชาตาชีวิตนั้นเป็นสิ่งไม่แน่นอน อนาคตเราต้องสร้างของเราเอง คนทำดี ชาตาก็ดี คนทำชั่ว ชาตาก็ชั่ว เมื่อต้องการอนาคตดีก็ต้องทำดี ถ้าทำแต่ความไม่ดี แม้ชาตาจะดี ก็กลายเป็นร้ายไปได้..."
...พลังแห่งกุศลกรรมนั้นใหญ่หลวงนัก สามารถพลิกความคาดหมายของโหราศาสตร์ได้ คนจนก็กลายเป็นคนรวยได้ คนอายุสั้นก็กลายเป็นอายุยืนได้ ในทำนองเดียวกัน คนที่สร้างอกุศลกรรมอย่างหนักไว้ ชาตาชีวิตก็ไม่สามารถผูกมัดเขาไว้ได้เช่นกัน แม้จะถูกลิขิตมาว่าจะได้ดีมีสุขอย่างไร แต่พลังแห่งอกุศลกรรมนั้นหนักนัก ย่อมสามารถเปลี่ยนความสุขเป็นความทุกข์ ความมีลาภยศกลายเป็นหมดลาภยศ ความอายุยืนก็กลายเป็นอายุสั้นได้เช่นกัน...
...โชคชาตาที่ฟ้าดินลิขิตมา มนุษย์ยังพอหลีกเลี่ยงได้บ้าง แต่เคราะห์กรรมที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เองก็จะหนีไม่พ้นเลย...
...คัมภีร์โบราณชื่อว่า เอ้กเก้ง ก็ได้เน้นถึงความดีความชั่วไว้อย่างละเอียดลออ สอนคนดีให้รู้จักหลบหลีกจากกรรมชั่วสั่งสมแต่กรรมดี เพื่อจักได้ผลดีตอบแทน หากว่าลิขิตของชาตาชีวิตเป็นสิ่งแน่นอนแล้วไซร้ จักหลีกเลี่ยงกรรมชั่วสั่งสมกรรมดีได้อย่างไร
ในหน้าแรกของคัมภีร์ก็กล่าวไว้ว่า ครอบครัวใดสั่งสมแต่ความดีงาม ไม่เพียงแต่หัวหน้าครอบครัวเท่านั้นที่จะได้เสวยผลแห่งความดีนั้น แม้แต่ลูกหลานเหลนโหลนก็พลอยได้เสวยผลแห่งกรรมดีนั้นด้วย วิเคราะห์ดูให้ดีแล้วจะเห็นว่าชาตาชีวิตไม่สามารถควบคุมมนุษย์ไว้ได้เสมอไป จิตใจมนุษย์สำคัญกว่า จิตใจที่ดีงาม ย่อมกระทำแต่สิ่งที่ดีงาม และได้รับผลที่ดีงาม ผู้มีจิตใจทราม ย่อมกระทำแต่สิ่งที่เลวทราม และได้ผลที่ทราม...
ปณิธานของท่านเหลี่ยวฝานที่ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้ชะตากรรม เป็นเรื่องตรงกับประเด็นที่อาจารย์ศุภลักษณ์ได้กล่าวไว้ก็คือ
" การฝืนดวงหรือการแก้กรรมด้วยพฤติกรรม อันมีจุดใหญ่อยู่ที่ความตั้งใจอย่างแน่วแน่แท้จริงนั่นเอง "
</TD></TR></TBODY></TABLE>
โดย คุณปารมีศ์ ศิวะ คอลัมน์ศาสตร์แห่งดาว หนังสือพิมพ์โลกวันนี้