Kamen rider
04-12-2007, 02:36 AM
http://www.thaiplumvillage.org/images/photo/plum/p5.jpg
<TABLE cellPadding=0 width="98%" align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width="70%">"ติช นัท ฮันห์ มิติใหม่ของพุทธศาสนา"
เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล
คอลัมน์ มองอย่างพุทธ - มติชนรายวัน ๑๘/๐๒/๒๕๕๐
นอกจากองค์ทะไลลามะแล้ว ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นภิกษุอีกรูปหนึ่ง ที่นิตยสารไทม์เมื่อเร็วๆ นี้ ยกย่อง ให้เป็น hero หรือผู้มีผลงานอันโดดเด่นและ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนทั้งโลก หนังสือหลายเล่มของท่าน ติดอันดับ หนังสือขายดี ทั้งในยุโรปและอเมริกา ทุกหนแห่งที่ท่านไปบรรยาย จะมีผู้ฟังแน่นขนัด แม้ต้อง เสียค่าผ่านประตูก็ตาม ยิ่งที่หมู่บ้านพลัม อันเป็นสำนักของท่าน ในประเทศ ฝรั่งเศส ทุกปีจะมีผู้เข้าร่วม ปฏิบัติธรรมประจำฤดูร้อน นับพันคนในคราวเดียวกัน คนเหล่านี้มาจากแทบทุกทวีปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ แอฟริกา และอเมริกาใต้
</TD></TR><TR><TD colSpan=2>
คำสอนของท่านนำความสงบเย็นและหว่านความรักลงไปในจิตใจของผู้คนนับล้าน แต่น้อยคนจะตระหนักว่า ความสงบเย็นและความรักที่ออกมาจากหัวใจ ของท่านนั้น มิได้ก่อเกิดจากการนั่งภาวนาในป่าอันสงบสงัดเท่านั้น หากยังกลั่นออกมาจากความทุกข์ยากแสนสาหัสท่ามกลางเพลิงสงครามอันยาวนาน สงครามเวียดนามได้สังหาร ญาติมิตรศิษย์หาและเพื่อนร่วมชาติของท่านเป็นจำนวนมาก แต่กลับทำให้ท่านมั่นคงยิ่งขึ้นในเมตตากรุณา แม้กระทั่งกับ ผู้ปลิดชีวิตบุคคลที่ท่านรัก ท่ามกลางการตอบโต้ด้วยความอาฆาตพยาบาท ท่านเรียกร้องการให้อภัย ขณะเดียวกัน ก็อุทิศตนเพื่อนำสันติภาพกลับคืนมา ท่านเคยกล่าวถึงประเทศเวียดนามของท่านว่าเปรียบเสมือน ดอกบัวกลางทะเลเพลิง ชีวิตของท่านจะว่าไปแล้วไม่ได้ผิดไปจากอุปมาดังกล่าวเลย
หากจีนไม่รุกรานธิเบต โลกก็คงไม่รู้จักองค์ทะไลลามะ ในทำนองเดียวกันหากรัฐบาลเวียดนามใต้ ไม่ปิดประตู ผลักไสให้ท่านกลายเป็นผู้ลี้ภัย โลกก็คง ไม่มีโอกาสดื่มด่ำสัมผัสธรรมของท่านนัท ฮันห์อย่างแพร่หลายเช่นทุกวันนี้ เมื่อท่านไม่อาจเข้าประเทศเวียดนามได้ หลังจากการไปรณรงค์เรียกร้อง สันติภาพที่สหรัฐอเมริกา อเมริกาและยุโรป จึงเปรียบเสมือนบ้านของท่านตลอด ๓๙ ปีที่ผ่านมา หนังสือและคำสอนที่สำคัญของท่านส่วนใหญ่เกิดขึ้น ในช่วงนี้ ยิ่งท่านมาตั้งสำนักที่หมู่บ้านพลัมประเทศฝรั่งเศส สังฆะของท่านก็หยั่งรากลึกและเติบใหญ่ จนกลายเป็นพลังที่สำคัญ ในทางศาสนธรรมและสันติภาพ ขณะเดียวกันก็สร้างมิติใหม่ให้แก่พระพุทธศาสนา ทั้งในระดับโลก และสำหรับเวียดนามเอง
</TD></TR></TBODY></TABLE>
<TABLE cellPadding=0 width="98%" align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top width="70%">"ติช นัท ฮันห์ มิติใหม่ของพุทธศาสนา"
เขียนโดย พระไพศาล วิสาโล
คอลัมน์ มองอย่างพุทธ - มติชนรายวัน ๑๘/๐๒/๒๕๕๐
นอกจากองค์ทะไลลามะแล้ว ท่านติช นัท ฮันห์ เป็นภิกษุอีกรูปหนึ่ง ที่นิตยสารไทม์เมื่อเร็วๆ นี้ ยกย่อง ให้เป็น hero หรือผู้มีผลงานอันโดดเด่นและ เป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนทั้งโลก หนังสือหลายเล่มของท่าน ติดอันดับ หนังสือขายดี ทั้งในยุโรปและอเมริกา ทุกหนแห่งที่ท่านไปบรรยาย จะมีผู้ฟังแน่นขนัด แม้ต้อง เสียค่าผ่านประตูก็ตาม ยิ่งที่หมู่บ้านพลัม อันเป็นสำนักของท่าน ในประเทศ ฝรั่งเศส ทุกปีจะมีผู้เข้าร่วม ปฏิบัติธรรมประจำฤดูร้อน นับพันคนในคราวเดียวกัน คนเหล่านี้มาจากแทบทุกทวีปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ แอฟริกา และอเมริกาใต้
</TD></TR><TR><TD colSpan=2>
คำสอนของท่านนำความสงบเย็นและหว่านความรักลงไปในจิตใจของผู้คนนับล้าน แต่น้อยคนจะตระหนักว่า ความสงบเย็นและความรักที่ออกมาจากหัวใจ ของท่านนั้น มิได้ก่อเกิดจากการนั่งภาวนาในป่าอันสงบสงัดเท่านั้น หากยังกลั่นออกมาจากความทุกข์ยากแสนสาหัสท่ามกลางเพลิงสงครามอันยาวนาน สงครามเวียดนามได้สังหาร ญาติมิตรศิษย์หาและเพื่อนร่วมชาติของท่านเป็นจำนวนมาก แต่กลับทำให้ท่านมั่นคงยิ่งขึ้นในเมตตากรุณา แม้กระทั่งกับ ผู้ปลิดชีวิตบุคคลที่ท่านรัก ท่ามกลางการตอบโต้ด้วยความอาฆาตพยาบาท ท่านเรียกร้องการให้อภัย ขณะเดียวกัน ก็อุทิศตนเพื่อนำสันติภาพกลับคืนมา ท่านเคยกล่าวถึงประเทศเวียดนามของท่านว่าเปรียบเสมือน ดอกบัวกลางทะเลเพลิง ชีวิตของท่านจะว่าไปแล้วไม่ได้ผิดไปจากอุปมาดังกล่าวเลย
หากจีนไม่รุกรานธิเบต โลกก็คงไม่รู้จักองค์ทะไลลามะ ในทำนองเดียวกันหากรัฐบาลเวียดนามใต้ ไม่ปิดประตู ผลักไสให้ท่านกลายเป็นผู้ลี้ภัย โลกก็คง ไม่มีโอกาสดื่มด่ำสัมผัสธรรมของท่านนัท ฮันห์อย่างแพร่หลายเช่นทุกวันนี้ เมื่อท่านไม่อาจเข้าประเทศเวียดนามได้ หลังจากการไปรณรงค์เรียกร้อง สันติภาพที่สหรัฐอเมริกา อเมริกาและยุโรป จึงเปรียบเสมือนบ้านของท่านตลอด ๓๙ ปีที่ผ่านมา หนังสือและคำสอนที่สำคัญของท่านส่วนใหญ่เกิดขึ้น ในช่วงนี้ ยิ่งท่านมาตั้งสำนักที่หมู่บ้านพลัมประเทศฝรั่งเศส สังฆะของท่านก็หยั่งรากลึกและเติบใหญ่ จนกลายเป็นพลังที่สำคัญ ในทางศาสนธรรมและสันติภาพ ขณะเดียวกันก็สร้างมิติใหม่ให้แก่พระพุทธศาสนา ทั้งในระดับโลก และสำหรับเวียดนามเอง
</TD></TR></TBODY></TABLE>